ชวนหาเงินออนไลน์สอนขายของออนไลน์
นั่งตอบคำถามพี่คนหนึ่ง เรื่องขายสินค้าบน อีเบย์ นึกตกใจเล็กน้อยว่าไปเอาข้อมูลมาจากไหนเรื่องลงขายสินค้าใน อีเบย์ ไม่ต้องเสียเงินสักกะบาทเดียว!!! กว่าจะอธิบายให้เข้าใจก็ปาไปเกือบชั่วโมง สรุปแล้วเฮียแกสนใจและอยากจะลองขายของบน อีเบย์ แบบคนอื่นมั่ง (นั่นแน่ อยากรวยด้วย อีเบย์ แต่ไม่ยอมลงทุนนี่เอง!!!) ก็พี่ท่านเล่นโพสต์ขายสินค้าบนเว็บบอร์ดฟรีๆ ก็เลยคิดเอาเองว่า บน eBay ไม่น่าจะต้องเสียเงินเช่นเดียวกัน งานนี้ถ้าลงขายสินค้าแพงๆก็คงรวยเละนะสิ!!!ว่าไปโน่น
บทความเรื่องนี้ก็เลยอยากเขียนสรุปเรื่องค่าธรรมเนียมที่ (พ่อค้ามือใหม่) ต้องจ่ายให้ อีเบย์ แบบเป็นรูปเป็นร่างเสียทีจะได้ไม่ต้องตอบคำถามหลายครั้งหลายคราว
บน อีเบย์ หากมองในด้านผู้ซื้อหรือ Bidder คุณไม่ต้องกังวลเรื่องที่จะต้องมาเสียค่าธรรมเนียมใดๆทั้งสิ้น เพราะ อีเบย์ ไม่มีนโยบายจะเก็บเงินสมาชิกที่เป็นฝั่งผู้ซื้ออย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเข้าไปประมูล ติดต่อคนขายหรือสอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ อีเบย์ ทุกอย่างนั้น ทำได้ฟรี!!! แต่ฝ่ายที่ต้องกังวลน่าจะเป็นพ่อค้าหรือ นักธุรกิจบน อีเบย์ นี่แหละครับที่จะต้องคิดหนักแน่ๆ!!!
รายจ่ายเบื้องต้นบน อีเบย์ ทั่วไปแล้วจะคิดค่าธรรมเนียมอยู่ 2 ประเภทด้วยกัน คือ
- Insertion fees

เป็นการคิดค่าธรรมเนียมจากการแปะสินค้าขายบนหน้าเว็บของ อีเบย์ เรียกง่ายๆก็ค่า listing fees ค่าใช้จ่ายส่วนนี้แหละครับ พ่อค้าที่ทำธุรกิจบน อีเบย์ ต้องจ่ายแน่นอน เลี่ยงที่จะไม่จ่ายไม่ได้ ทางเว็บ อีเบย์ เค้าจะคิดอัตราเป็นแบบขั้นบันได นั่นหมายความว่า ราคาการเปิดประมูลยิ่งต่ำ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็ยิ่งถูก แต่ถ้าราคาเปิดประมูลยิ่งสูง แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็ต้องเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ พิกัดค่าใช้จ่าย ดูตารางข้างๆเลยครับ
ถ้าอยากประหยัดมากก็พยายามตั้งราคาเริ่มประมูลให้อยู่ในช่วงชั้นพิกัดสูงสุดน่ะครับ ตัวอย่างง่ายๆแทนที่จะตั้งราคาเริ่มประมูล $10.00 ให้ตั้งราคาแบบประหยัดเป็น $9.99 แทน ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะลดได้ถึง $0.20 ประหยัดมากหรือไม่มาก ก็เอาลองเอาจำนวนชิ้นที่ลงขายดูน่ะครับ ยิ่งขายสินค้าแพงๆและจำนวนชิ้นต่อเดือนเยอะด้วยแล้ว เป็นเทคนิคที่ลดค่าใช้จ่ายลงไปได้มากทีเดียว
- Final value fees
เรียกสั้นๆง่ายๆ ก็ “ค่านายหน้า” ให้กับ อีเบย์ เมื่อใดที่ขายสินค้าออก เมื่อนั้นแหละที่ต้องจ่ายค่านายหน้าส่วนนี้ให้กับทาง อีเบย์ ด้วย ศัพท์ย่อๆที่เรียกกันทั่วไปก็ “FVF” ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ถ้าขายไม่ออก ก็ไม่ต้องเสียครับ เสียเท่าไหร่ มากน้อยแค่ไหน ดูตารางด้านล่างครับ

ตัวอย่างง่ายๆ ถ้าขายสินค้า จบประมูลหรือปิดราคาขายสุดท้ายที่ $1,200 จะต้องจ่ายค่า Final Value Fees เท่าไหร่ ให้ดูเกณฑ์ส่วนท้ายสุดในตารางด้านบนครับ เอามาคิดค่าใช้จ่ายได้สามขั้นด้วยกัน
ขั้นแรก =5.25%x$25.00 =$1.31
ขั้นที่สอง =3.25%x$975.00($1,000-$25)=$31.69
ขั้นที่สาม =1.50%x200.00($1,200-$1,000)=$3.00
รวมทั้งหมดที่ต้องจ่ายเป็นค่า Final Value Fees =$1.31+$31.69+$3.00 =$36.00
ค่า Final Value Fees เป็นเรื่องที่น่าหนักใจมากสำหรับ eBay Seller หลายคน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องลูกค้าที่ชอบมาแกล้งประมูล หลายคนจึงต้องกันลูกค้าไว้ส่วนหนึ่งเพื่อไม่ให้มา Bid เล่นง่ายๆ ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆจิปาถะ ที่อาจจะเสียมีอยู่หลายรายการมาก
อีเบย์ ไม่ได้บังคับว่าจะต้องจ่ายหรือไม่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทบริการที่คุณเลือกใช้ ถ้าไม่อยากได้สิทธิพิเศษก็ไม่ต้องเลือก หรือไม่ต้องเสีย เรื่องค่าธรรมเนียม อีเบย์ เป็นเรื่องที่น่าหนักใจมากที่สุดข้อหนึ่งเลยครับ เอาเป็นว่าคิดจะรวยด้วย อีเบย์ ไม่มีน่ะครับเรื่องค่าใช้จ่ายลงขายแบบฟรีๆ!!!นอกเสียจากว่าเจอโปรโมชั่นเด็ดๆมาล่อเป็นบางครั้งบางคราว
ข้อมูลเพิ่มเติม
ค่าธรรมเนียมอีเบย์
เครื่องมือช่วยคำนวณค่าธรรมเนียมอีเบย์
ขอขอบคุณ http://www.siampoint.com
แนะนำโซเชียลของนักเขียน

















