ชวนหาเงินออนไลน์สอนขายของออนไลน์
ผู้ที่สนใจในธุรกิจ อีเบย์ ชนิดที่เรียกว่า “มือใหม่ซิงๆ” อาจจะยังมึนงงและไม่รู้จะจับต้นชนปลายอย่างไรกับก้าวแรกเมื่อจะเข้าสู่ธุรกิจนี้ ยิ่งปัญหาด่านแรกที่ต้องเจอก่อนเพื่อนก็คือ การหา บัตรเครดิต มาใช้เพื่อทำธุรกรรมนั่นแหละครับ ซึ่งบางทีก็ไม่รู้ว่า จะหามาจากไหนเหมือนกัน บางคนก็สงสัยว่า หนทางมันมืดมนเช่นนี้ จะพอมีโอกาสเข้าสู่การเป็นเศรษฐี อีเบย์ กับเขาบ้างไหม จะเริ่มต้นและทำธุรกิจยังไงกับมันดี ซึ่งจะเป็นปัญหาอีกร้อยแปดที่อาจจะต้องเจอต่อไปครับ
อ้อมไปเสียนาน! วกลับมาว่าเรื่องปัญหาด่านแรกที่พูดไว้เสียก่อน เรื่อง “การหาบัตรเครดิตมาใช้งาน!!” ซึ่งเป็นสิ่งที่หนักใจกับ Seller หน้าใหม่หลายๆคนมาก ผมเองมานั่งคิดๆดูว่า ถ้าเขียนเป็นบทความหรือบอกกล่าวเอาแบบไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมากนัก ก็น่าจะช่วยได้เหมือนกัน ประกอบกับคนรอบข้างก็เริ่มสนใจธุรกิจ อีเบย์ มากขึ้นเรื่อยๆ และโดยส่วนตัวก็ไม่อยากตอบคำถามซ้ำไปซ้ำมาหลายๆรอบและผู้ที่สนใจคนอื่นๆก็จะได้ประโยชน์กันไปด้วย จึงลงเอยด้วยการปั่นบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้เสียที
การทำธุรกิจอีเบย์ อาจไม่ได้จำกัดไว้แค่ผู้ประกอบการรายย่อย หรือใหญ่อีกต่อไป น้องๆวัยเรียน นักศึกษาหรือที่กำลังจะจบการศึกษา รวมทั้งผู้ที่กำลังมองหาโอกาสใหม่ ก็เข้าสู่ธุรกิจ อีเบย์ ได้ง่ายมากขึ้น จากประสบการณ์ที่มีจึงอยากเขียนคำแนะนำพอเป็นแนวทางเพื่อให้การเตรียมการได้ง่ายขึ้นบ้างก็เท่านั้น
ความจริงแล้ว อีเบย์ ก็เหมือนกับการทำธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ตอื่นๆทั่วไป เมื่อคิดจะเข้ามาค้าขายด้วยแล้วย่อมต้องมีเรื่องค่าใช้จ่ายเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ ดังนั้นหนีไม่พ้นที่คุณเองจะต้องหาบัตรเครดิตมายืนยันตัวตนกันเสียก่อน ใครที่มีรายได้ถึงเกณฑ์หรือคุณสมบัติเพียงพอ คงไม่ต้องหนักใจเท่าไหร่ แต่ที่ต้องปวดหัวก็คือ ถ้าไม่เข้าข่ายที่จะทำบัตรเครดิตได้ละ จะทำยังไงดี
ไม่ต้องคิดมากให้ปวดหัวครับ ปัญหานี้มีทางออก วิธีการหา บัตรเครดิต มาใช้เพื่อยืนยันเป็น eBay Seller สำหรับคนไทยนั้น มีหลายวิธีครับ พอจะยกตัวอย่างได้ดังนี้
- หนีไปใช้บัตรของคนอื่น วิธีการนี้คือเอาบัตรเครดิตคนอื่นมาใช้แทนเสมือนเป็นตัวเองจริงๆ แต่ข้อยุ่งยากก็คือ เวลาที่ต้องยืนยันตัวตนกับ อีเบย์ เมื่อทางนั้นร้องขอมาอาจจะดูยุ่งยาก เพราะเขาจะขอเอกสารโน่นนี่เยอะไปหมด จนบางทีแทบจะลืมไปด้วยซ้ำว่าวันเดือนปีเกิด ชื่อ ที่อยู่เบอร์โทรของเจ้าของตัวจริง
มันอะไรกันแน่!! อีกทั้งข้อมูลทุกอย่างที่เราได้ลงทะเบียนไปก็คือ ข้อมูลที่เสมือนเป็นเจ้าของบัตรตัวจริงทุกประการ วิธีการนี้อาจจะยากในทางปฏิบัติเพราะหากไม่รู้ใจหรือสนิทกันจริงๆ อาจไม่มีใครยอมง่ายๆ เพราะข้อมูลพวกนี้ถูกนำไปใช้บนอินเทอร์เน็ต ซึ่งเจ้าของตัวจริงย่อมระแวงและกังวลเรื่องความปลอดภัยในการใช้งานค่อนข้างมาก และหากมีปัญหาก็ต้องไปเคลียร์กันเอาเอง!!! วิธีนี้ไม่อยากแนะนำครับ แต่ถ้าฝ่ายนั้นยอมรับได้ ก็ลุยครับ ไม่ต้องรอ - เลี่ยงไปใช้ “บัตรเสริม” แทน “บัตรหลัก” โดยขอให้ฝ่ายที่รู้จักและไว้ใจเรา ยื่นข้อมูลทำบัตรเสริมกับทาง Bank เมื่อทางนั้นได้รับข้อมูลและพิจารณาให้ใช้บัตรได้ การใช้งานบน อีเบย์ ก็ไม่ต้องอาศัยชื่อนามสกุลที่อยู่ของคนที่ถือบัตรหลักอีกต่อไปเหมือนกับกรณีแรก ดังนั้นใช้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเรา ชื่อที่อยู่ เบอร์โทรของเราได้เลยทันที (ซึ่งวิธีนี้แนะนำให้ใช้มากกว่าวิธีอื่นๆน่ะครับ ง่ายและไม่ค่อยมีปัญหา ยกเว้นเรื่องการบริหารจัดการบัตรและวงเงิน ไปเคลียร์กันเอง!!)
แล้วถ้าทำไม่ได้ ทั้งสองแบบล่ะ ทำไงดี?
ปัญหานี้มีทางออกครับ!! “บริการ Virtual Card" หรือ “บัตรเว็บการ์ด” ของธนาคารกสิกรไทย (KBANK) สามารถสมัครใช้บริการบนเว็บ อีเบย์ ได้แล้ว แบบไม่มีปัญหา
บริการนี้แต่เดิมเรียกว่า e-web card ยุคแรกๆที่ทางกสิกรไทยออกมา สามารถนำไปใช้ซื้อสินค้าออนไลน์บนเว็บบางแห่งเท่านั้น ปัจจุบัน เมื่อเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "Virtual Card" คุณสมบัติของบริการดังกล่าว เป็นบัตรเสมือนที่ใช้งานได้สมบูรณ์เลยทีเดียว โดยมีการออกหมายเลขบัตรให้ทั้ง 16 ตัว, หมายเลข CVV (Card Verification Value) และเดือน ปีที่หมดอายุของบัตร ซึ่งเป็นข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการซื้อสินค้าและบริการออนไลน์อย่างมาก เรียกได้ว่าบริการ ของ KBANK ครั้งนี้ ช่วยให้หลายคนไม่ต้องไปคิดหนักเรื่องการไม่มี บัตรเครดิต มาใช้บน อีเบย์ อีกต่อไปแล้ว เพราะใช้งานได้ดี ผ่านฉลุย!

อย่างไรก็ตาม การใช้ Virtual Card ของ KBANK ครั้งนี้ ก็ยังคงเป็นการตัดเงินจากบัญชีธนาคารของคุณเหมือนกับรูปแบบเดิมๆ เนื่องจากรายการบัตรดังกล่าวจะคล้ายกับ Virtual Debit Card มากกว่าที่เป็น Virtual Credit Card กล่าวคือ จะใช้บริการนี้ได้คุณต้องสมัครเป็นสมาชิกของบริการธนาคารออนไลน์หรือ K-Cyber Banking เสียก่อนและยอดเงินที่ใช้จับจ่ายซื้อสินค้าหรือบริการออนไลน์จะถูกตัดออกจากบัญชีธนาคารของคุณที่พ่วงอยู่ในทันที (ไม่เหมือนกับบัตรเครดิตเสียทีเดียว ซึ่งการตัดเงินบนบัตรจะถูกเรียกเก็บในภายหลัง)
รูปแบบของ Virtual Card นี้ เมื่อคุณสมัครใช้บริการ K-Cyber Banking แล้ว สามารถเลือกออปชั่น “สมัครใช้บริการบัตรเว็บการ์ด” ใน K-Cyber Banking ของธนาคารเองเลยได้ทันที และสามารถตั้งวงเงินค่าใช้จ่ายต่อวันได้เองตั้งแต่ 2,000-100,000 บาท เลยทีเดียว
วิธีการสมัครใช้บริการ *
- Login เพื่อเข้าสู่บริการ K-Cyber Banking ของธนาคารกสิกรไทย
- เลือกเมนู “บริการอื่นๆ” ทางด้านขวา และเลือก “สมัครใช้บริการบัตรเว็บการ์ด”
- เลือกบัญชีที่ต้องการใช้ผูกกับบัตรเว็บการ์ด และระบุวงเงินซื้อสินค้าที่ต้องการ (ระหว่าง 2,000 – 100,000 บาท) แล้วกด “ต่อไป”
- กรอกรหัสรักษาความปลอดภัย (PIN 2) ของ K-Cyber Banking แล้วกด “ยืนยัน”
- ระบบจะแจ้งการทำรายการสำเร็จ และส่ง e-mail แจ้งให้ทราบว่าธนาคารได้รับคำร้องขอสมัครบัตรเว็บการ์ดแล้ว
- เมื่อธนาคารออกหมายเลขบัตรแล้วก็จะส่ง e-mail แจ้งให้เข้าไปตรวจสอบรายละเอียดของบัตรได้ที่ K-Cyber Banking
- เพิ่มความปลอดภัยในการจับจ่ายมากขึ้น ด้วยบริการ Verified by VISA * ข้อมูลจากธนาคารกสิกรไทย
- เลือกเมนู “บริการอื่นๆ” ทางด้านขวา และเลือก “สมัครใช้บริการบัตรเว็บการ์ด”
- เลือกบัญชีที่ต้องการใช้ผูกกับบัตรเว็บการ์ด และระบุวงเงินซื้อสินค้าที่ต้องการ (ระหว่าง 2,000 – 100,000 บาท) แล้วกด “ต่อไป”
- กรอกรหัสรักษาความปลอดภัย (PIN 2) ของ K-Cyber Banking แล้วกด “ยืนยัน”
- ระบบจะแจ้งการทำรายการสำเร็จ และส่ง e-mail แจ้งให้ทราบว่าธนาคารได้รับคำร้องขอสมัครบัตรเว็บการ์ดแล้ว
- เมื่อธนาคารออกหมายเลขบัตรแล้วก็จะส่ง e-mail แจ้งให้เข้าไปตรวจสอบรายละเอียดของบัตรได้ที่ K-Cyber Banking
- เพิ่มความปลอดภัยในการจับจ่ายมากขึ้น ด้วยบริการ Verified by VISA * ข้อมูลจากธนาคารกสิกรไทย
* ข้อมูลจากธนาคารกสิกรไทย
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : Virtual Card ของธนาคารกสิกรไทย


















