ชวนหาเงินออนไลน์สอนขายของออนไลน์
ข่าวแจ้งจากทีมงาน PayPal’s Risk Management บอกว่า PayPal จะมีบริการเสริมที่ชื่อ “Payment Review” เพื่อช่วยให้ผู้ขายสินค้าจาก US และ CANADA เตรียมตัวใช้งานกันได้ในเร็วๆนี้ โดยจะป้องกันปัญหาจากลูกค้าขี้โกงได้ดีกว่าแบบเดิมๆ
Payment Review เคยถูกเกริ่นไว้บ้างแล้วในงาน eBay Live 2007 ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยเป็นระบบที่จะแจ้งเตือนให้คนขายทราบก่อนว่า การจ่ายเงินจากลูกค้ารายนั้น จะมีปัญหาหรือไม่ หากเข้าข่ายต้องสงสัย หรือ PayPal สันนิษฐานว่าอาจจะมีปัญหาได้ รายการจ่ายเงินจะถูกเก็บไว้ที่ PayPal จากนั้นระบบจะส่งเมล์ไปเตือนให้ผู้ขายทราบโดยอัตโนมัติภายใน 1 นาทีทันที เพื่อกันปัญหาไม่ให้ผู้ขายส่งของไปก่อน
PayPal จะตรวจสอบรายการนั้นให้ภายใน 24 ชั่วโมง หากไม่มีปัญหาใดๆ ก็จะส่งเมล์แจ้งบอกกับผู้ขายอีกที และสามารถรับเงินเข้าบัญชีตัวเอง พร้อมทั้งจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าได้เลย ตรงกันข้ามถ้าเป็นรายการที่มีปัญหา PayPal ก็จะยกเลิกการจ่ายเงินนั้นทันทีเช่นกัน โดยที่คนขายไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น
Payment Review เป็นหนึ่งในบริการที่ PayPal จะนำมาใช้เพื่อเสริมบริการด้านความปลอดภัย หลังจากก่อนหน้านี้เอาใจสมาชิกทั่วไปโดยการออก Security Keys ซึ่งเป็นอุปกรณ์ขนาดจิ๋วเพื่อรับรหัสลับสำหรับตรวจสอบตัวตนในการเข้าใช้งานให้แน่นหนามากขึ้นมาก่อนแล้ว
แม้ว่า Payment Payment Review จะช่วยให้คนขายมีความเสี่ยงจากลูกค้าขี้โกงได้น้อยลง เพราะมีระบบช่วยตรวจตราก่อนเกิดปัญหาให้แบบอัตโนมัติ แต่ผู้ใช้งานคงต้องทำใจรอหน่อย เนื่องจากจะนำมาใช้ภายใน 1-2 เดือนจากนี้ เสียดายก็แต่ว่าบ้านเรายังไม่ครอบคลุมนี่แหละ…น่าน้อยใจจริงๆ
PayPal เป็นระบบรับจ่ายเงินออนไลน์ที่ได้รับความนิยมสูงและมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน แต่ปัญหาของผู้ขายสินค้าส่วนใหญ่ที่เจอคือ การส่งสินค้าไปแล้วแต่ถูกดึงเงินกลับ หรือ Charge Back จากธนาคารกลับไปเต็มจำนวน อันเนื่องมาจากลูกค้าปฏิเสธการจ่ายเงินเพราะไม่ได้รับสินค้า หรือถูกผู้อื่นนำบัตรมาจับจ่ายแทน
คำแนะนำก่อนรับเงินที่ควรทำคือ ตรวจสอบที่อยู่การจัดส่งของผู้ซื้อให้แน่ชัด และควรเป็นที่อยู่ตรงกันกับที่ให้ไว้กับ PayPal ด้วย ถ้าเข้าข่ายว่าซื้อจากประเทศหนึ่งแต่ให้ส่งไปอีกประเทศหนึ่ง เช่นนี้ควรจะยกเลิกรับเงินรายการนั้นเสีย และแจ้งให้ PayPal ทราบทันที เนื่องจากเสี่ยงต่อการโดน Charge Back ภายหลังได้ สาเหตุเพราะคนใช้บัตรตัวจริงไม่ได้ทำรายการนั่นเอง
การปฏิเสธการชำระเงินอีกรูปแบบหนึ่งคือ ลูกค้าไม่ได้รับสินค้าจึงปฏิเสธการจ่ายเงิน คุณควรจะตอบกลับลูกค้าบ่อยๆ เพื่อแจ้งถึงความคืบหน้าของการจัดส่งและเก็บหลักฐานต่างๆไว้อยู่เสมอ เช่น Tracking Number หรือรายละเอียดต่างๆให้กับ PayPal เพื่อเป็นหลักฐานเพิ่มเติม หากมีรายการ Charge Back เกิดขึ้น ก็ให้นำหลักฐานเหล่านี้ส่งเรื่องให้ PayPal ติดต่อธนาคารที่ดึงเงินกลับไปอีกครั้งได้
ขอขอบคุณ http://www.siampoint.com
แนะนำโซเชียลของนักเขียน



















