ชวนหาเงินออนไลน์สอนขายของออนไลน์
หลายคนที่มีเว็บไซท์เป็นของตนเอง พอจะทำเว็บขายของเป็นเรื่องเป็นราวได้ คงจะนึกสงสัยบ้างเล็กน้อยว่า การหา Traffic ให้วิ่งเข้ามายังเว็บจะหาจากไหน บ้างก็ไปลงโฆษณาโพสต์ตามเว็บบอร์ด โผล่ไปโปรโมทกับหลายๆเว็บ แม้กระทั่งการ Submit URL ไปยัง Site เป้าหมาย หวังดึงให้มี Traffic และคนรู้จัก ซึ่งก็ได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้างคละเคล้ากันไป แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงใช้ได้ดีอยู่เสมอกับการค้าขายบนโลกออนไลน์ก็คือ หลักการปรับแต่งเว็บให้โดนใจ Search Engine หรือที่นิยมเรียกกันจนติดปากว่า SEO (Search Engine Optimization) นั่นเอง
รูปแบบของการทำมาค้าขายบน อีเบย์ ก็เหมือนกับการซื้อขายสินค้าทั่วไป การเปิดหน้าร้านแต่ไม่มีคนเข้า หรือเข้ามาแล้ว แต่ไม่เจออะไร ก็คงเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวสำหรับผู้ประกอบการหลายๆคน
เรื่องของ SEO จึงเป็นทางเลือกที่ดีและมีความจำเป็นไม่น้อยสำหรับการคิดจะทำมาค้าขายบนโลกออนไลน์ใบนี้อย่างน้อยก็เป็นการกระจายโอกาสให้ลูกค้าต่างถิ่นและรายใหม่ๆแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมบ้าง ยิ่งผู้ขายรายใดเปิด eBay Stores ด้วยแล้ว ค่าธรรมเนียมในการเปิดร้านที่ไม่ใช่ต้นทุนที่ถูกมากนัก เมื่อเทียบกับการสร้างเว็บไซท์ข้างนอก แบบขายเอง ทำเองในราคาแบบย่อมเยา (ราคาขั้นต่ำของ eBay Store อยู่ที่ $15.95 ต่อเดือนและสูงสุดที่ $499.95 ต่อเดือน) สมควรและจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพยายามหา Traffic ให้เข้ามามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ บางรายก็ล่อเป้าด้วยการประมูลสินค้าในราคาต่ำๆ เพื่อหลอกให้ผู้ประมูลหรือ Bidder เปลี่ยนหรือตัดสินใจเข้ามาดูใน Store หรือร้านค้าของเราบ้าง แต่นั่นก็เพียงวิธีการหนึ่งเท่านั้น
รูปแบบของการดึง Traffic ด้วยการทำ SEO จึงเป็นอีกทางหนึ่งที่ประหยัดและไม่ควรมองข้ามแต่อย่างใด การทำ SEO เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและลึกซึ้งพอสมควร อาจจะเข้าใจยากในตอนเริ่มต้น แต่เชื่อเถอะครับว่าทดลองทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็จะเข้าใจไปเอง หลักการโดยสรุปอย่างง่ายๆ มีดังนี้ครับ
ทดลองปรับแต่งส่วนที่เป็น Title และ Description
ส่วนที่เป็นหัวใจหลักสำหรับการที่จะทำให้คนเจอหน้าประกาศของเรามากที่สุด คือการเขียน Title และ Description ให้ตรงและโดนใจที่สุด เพราะบน อีเบย์ ลูกค้าสามารถมองเห็น Item ของเราได้นั้น ส่วนใหญ่จะมาจากการค้นข้อมูลโดยใช้ Keyword พิมพ์ลงไปยังช่อง Search และเข้ามาผ่านทาง Category ที่โชว์บนหน้าเว็บนั่นเอง แน่นอนว่าการค้นข้อมูลเช่นวิธีการแรกนั้นจะมีจำนวนคนใช้มากกว่าวิธีหลัง เพราะค้นง่าย สะดวกและรวดเร็วกว่ามาก
รายละเอียดสินค้าบนหน้าประกาศนี้ นอกจากเขียนให้ดีและถูกหลักการแล้ว ยังเป็นผลพลอยได้ที่จะทำให้ Search Engine รู้จักสินค้าเรามากขึ้นเช่นกัน การลงประกาศขายแบบประมูลหรือ Auction อาจจะยังไม่เห็นผลมากนักเพราะกว่าจะเห็นผล สินค้าชิ้นนั้นอาจจะจบประมูลไปแล้ว แต่ใครที่เปิด eBay Store น่าจะนึกภาพออกว่า ข้อมูลรายการสินค้าของคุณที่ลงประกาศไปแต่ละเดือน ซ้ำๆกันหลายชิ้นวนเวียนกันอยู่เช่นนั้นเป็นประจำ อย่างน้อยหากมี Traffic วิ่งจากข้างนอกเข้า Store บ้าง ก็น่าจะทำให้โอกาสในซื้อของจากลูกค้าที่ค้นผ่าน Search Engine ก็มีสูงมากเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะสินค้าที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร หรือสินค้าหายาก
Title กับ Description คงหนีไม่พ้นเรื่องของการคัดสรร Keyword เพื่อจะเอามาใช้บน Item ของคุณเอง นึกอย่างง่ายๆและจินตนาการเอาเองว่า ถ้าเราเป็นคนซื้อ เราจะนึกถึง Keyword อะไรก่อน เอาคำพวกนั้นแหละครับ ใส่เข้าไป แต่ระวังเรื่องกฎเกี่ยวกับ Keyword Spamming ไว้บ้างน่ะครับ ใส่แบบธรรมชาติ ไม่ใช่ใส่แบบไม่ยั้ง เดี๋ยวจะโดน อีเบย์ ยั้งให้ขายสินค้าชิ้นนั้นและ Ban คุณออกจากระบบเสียก่อน!!!
อีเบย์ เองก็แนะนำข้อมูลพวกนี้ไว้เช่นกัน เพราะฉะนั้นสามารถทำได้น่ะครับ ในเรื่องของการปรับแต่งบนหน้าประกาศขายสินค้าของเราเอง ไม่ผิดแต่อย่างใด!!!
คำแนะนำจาก อีเบย์ เองบอกไว้คร่าวๆ ก็คือ
- Listing Title : ให้เลือกใช้ Keyword สำคัญราว 1-3 คำก็เพียงพอ (เช่น ชื่อสินค้า คนแต่ง นักออกแบบ ปีผลิต รุ่น กลุ่มสินค้า ประเภทสินค้า ฯลฯ) อาจจะเป็น Keyword โดดๆ หรือกลุ่มวลีก็ได้ครับ ข้อมูลพวกนี้แหละครับที่ลูกค้าจะใช้เป็น Keyword เข้ามาค้นและรายการประกาศของเราจะได้อวดสายตาชาวโลกเสียที
- Listing Description : ให้เลือกใช้ Keyword กว้างๆ ใส่ไว้ในรายละเอียดสินค้าตรงส่วนนี้ได้เลย แต่มีข้อระวังคือ อย่าใส่แบบ Spam หรือมากเกินจำเป็น อย่างนั้นอาจจะหมดสิทธิ์ได้ขายเสียก่อน การใส่ Keyword หรือกลุ่มคำในส่วนนี้ หากผู้ใช้ที่ค้นแบบ Advanced Search (ค้นใน Option แบบ title and description) ก็จะสามารถค้นหาเจอได้ด้วยน่ะครับ นึกเอาเองครับว่า ระหว่างใช้ Keyword แค่บน Title อย่างเดียว กับเพิ่มทางเลือกโดยใส่ Keyword ในรายละเอียดหรือ Description อีกทางหนึ่ง แบบไหนน่าจะดีกว่ากัน!!!
ปรับแต่งหน้า About Me
สมาชิกหรือผู้ขายบน อีเบย์ ทุกคนสามารถประกาศความมีตัวตน ที่มาที่ไป และการดำเนินธุรกิจบน อีเบย์ ผ่านหน้า About Me ได้เช่นกัน ซึ่งใครที่มีหน้านี้ไว้ เวลาลูกค้าค้นดูข้อมูลหรือคลิกผ่านเข้ามาก็สามารถอ่านดูข้อความในหน้านั้นได้ ที่สำคัญคือ เป็นการสร้าง Traffic ได้อีกทางหนึ่งซึ่งสะดวกและทำได้ฟรีๆ โดยเฉพาะคนที่มีเว็บไซท์หรือ เปิด Store เอาไว้ไม่ว่าจะใน อีเบย์ หรืออยู่นอก อีเบย์ หลักการปรับแต่งในส่วนหน้านี้ก็ทำคล้ายๆกับส่วนที่เป็น Listing ข้อดีอีกประการของ About Me คือ สามารถทำ Link เชื่อมโยงไปยัง eBay Store หรือเว็บเพจส่วนตัวที่บ่งบอกรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าและข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยไม่ผิดกฎแต่อย่างใด (แต่ต้องระวังว่า อย่าเป็นการ Link เพื่อชวนขายสินค้าข้างนอก อีเบย์ ตรงๆเกินไปเพราะอาจจะโดนเพ่งเล็งและตัดสิทธิ์การเป็นสมาชิก อีเบย์ เสียก่อน)
เขียนข้อมูลหรือบทความผ่านหน้า Reviews & Guides
ผู้ขายหรือ Seller หลายคนเลือกที่จะหา Traffic เพิ่ม ผ่านหน้า Reviews & Guides ของ อีเบย์ ด้วยเช่นกัน การเขียนแนะนำสินค้าหรือให้คำแนะนำเบื้องต้น เชิงบทความ บอกประโยชน์ ข้อแนะนำและสิ่งที่จำเป็นในการเลือกสินค้าใดสินค้าหนึ่ง ก็สร้าง Traffic เข้ามายังรายการขายได้ด้วย ทั้งนี้ควรเลือกเขียนในหัวข้อหรือเรื่องที่เกี่ยวกับสินค้าของเราให้มากที่สุดเอาไว้ก่อน ทั้งนี้เมื่อมีลูกค้าอ่านบทความหรือคำแนะนำดังกล่าว แน่นอนว่า Traffic ที่ได้ ย่อมนำมาสู่ลูกค้าเป้าหมายไม่มากก็น้อย
ปรับแต่งหน้าร้านหรือ eBay Store
เมื่อเปิดใช้บริการ eBay Store สมาชิกทุกคนจะมี URL ที่ได้มาเป็นของตนเอง URL นี้นอกจากเสมือนเป็นตัวตายตัวแทนของเราแล้ว ยังสามารถเอาไป Submit ตามเว็บไซท์ต่างๆให้คนเข้ามายัง Store หรือหน้าร้านได้ด้วย รูปแบบ URL ที่ อีเบย์ จะแจกจ่ายให้นั้นจะเป็นชื่อของหน้าร้านต่อท้าย URL ของ อีเบย์ (เช่น http://stores.ebay.com/siamjewelry) ดังนั้น ควรเลือกใช้ชื่อที่เป็นตัวแทนบ่งบอกรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าที่เราขายหรือเป็น Keyword ที่เกี่ยวข้องก็จะดีกว่าเขียนลอยๆหรือไม่มีความหมาย (มองในแง่ของ SEO) เช่น ขายเกี่ยวกับเครื่องประดับ ชื่อหน้าร้านก็ควรจะเกี่ยวกับ jewelry เป็นต้น เนื่องจาก Search Engine ให้ความสำคัญกับชื่อหรือ Keyword ใน URL ด้วยเช่นกัน
นอกจากชื่อของ eBay Store แล้ว การใช้ Keyword ด้วยคำที่มีความหมาย บ่งบอกและอธิบายถึงข้อมูลในร้านค้าของเราได้ดี เช่น การจัดทำหมวดหมู่หรือ Category ก็มีผลเช่นกัน พูดอย่างง่ายๆก็คือ เลือกใช้ Keyword ที่เกี่ยวกับสินค้าของเราให้มากที่สุด อย่าเลือกใช้ชื่อที่ อีเบย์ ระบุเป็นค่า Default มาให้ เช่น Category1,Category2, Other เพราะนอกจากจะไม่บ่งบอกให้ลูกค้าทราบหมวดหมู่ที่แน่ชัดแล้ว ยังทำให้ Search Engine รู้จัก Store ของเรายากกว่าการใช้ Keyword ที่เกี่ยวข้องตรงๆแน่นอน ดังนั้นทางที่ดีคือ ควรปรับแต่งและระบุเสียใหม่ เช่น ขายเกี่ยวกับเครื่องประดับ ก็ระบุ Keyword แยกหมวดหมู่ไว้เลยว่าเป็น Anklets ,Bracelets ,Earrings ,Necklaces & Pendants หรือ Rings เป็นต้น
การปรับแต่งเว็บหรือรายการประกาศไม่ใช่ทางออกหรือสิ่งที่จะบ่งบอกว่าสินค้าบน อีเบย์ หรือหน้าร้านของคุณ จะขายได้หรือไม่ได้ หากแต่เป็นเพียงตัวเสริมเพื่อให้หน้าเว็บหรือรายการประกาศมี Traffic วิ่งเข้ามามากขึ้นเท่านั้น แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญมากกว่าอื่นใดคือ การดำเนินธุรกิจบน อีเบย์ ด้วยความซื่อสัตย์ รักษาน้ำใจลูกค้า ขายสินค้าที่ไม่หลอกลวง มีคุณภาพ และการรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราต่างหากที่จะทำให้สินค้าของคุณขายได้หรือไม่ได้บน อีเบย์ บทความนี้หวังว่าคงจะช่วยให้นักขายมือใหม่ มี Traffic เพิ่มมากขึ้นบ้างน่ะครับ

















