ชวนหาเงินออนไลน์สอนขายของออนไลน์
ช่วงที่ผ่านมานี้ อีเบย์มีกฎเกณฑ์ใหม่ๆเพิ่มมากขึ้น หนึ่งในนั้นก็คือ การมีนโยบายวางขายสินค้าสำหรับ Thai eBay Seller หรือนักขายสินค้าบนอีเบย์ชาวไทย โดยบังคับให้มีบัญชี PayPal Verified เสียก่อน ถึงจะเข้าไปลงประกาศขายได้ ดังนั้นถ้าไม่มีส่วนนี้ก็ “อดขาย” นะครับ
การขายสินค้าบนอีเบย์นั้นไม่ได้ยากเย็นอย่างที่คิด แต่กระบวนการและขั้นตอนต่างๆ อาจยุ่งยากไปบ้าง ผมขอนำมาเรียบเรียง สรุปเป็นขั้นตอนให้เข้าใจง่ายๆ สำหรับคนที่สนใจจะเข้าสู่ธุรกิจนี้ตั้งแต่เริ่มแรกนะครับ
ขั้นตอนแรก ก่อนอื่นให้คุณไปสมัครบัญชี PayPal เสียก่อน เพราะถ้าไม่มีจะนำสินค้าไปขายบนอีเบย์ไม่ได้ (เป็นกฎใหม่ที่ต้องทำ สำหรับสมาชิกไทย) บัญชีของ PayPal จะมีให้เลือกอยู่ 3 แบบครับ รายละเอียดก็แตกต่างกันไป
- Personal Account รับส่งเงินได้ฟรีเฉพาะบัญชียอดคงเหลือในเพย์พาล แต่จะรับบัตรเครดิตไม่คุ้มครับ (จำกัดจำนวนครั้งต่อปี) ค่าธรรมเนียมรับเงินแพง
- Premier Account รับส่งเงินได้ครอบคลุมกว่าแบบแรก รับชำระด้วยบัตรเครดิตได้จึงครอบคลุมกว่ามาก ค่าธรรมเนียมรับเงินราวๆ 3.9%+0.30 ต่อรายการ ไม่ว่าจะส่งมาจากยอดคงเหลือในเพย์พาลหรือตัดจากบัตรเครดิต เสียค่าธรรมเนียมหมดครับ
- Business Account คล้ายกับแบบ Premier ครับแต่ว่าเหมาะกับบริษัทหรือธุรกิจที่ทำมาค้าขายบนโลกออนไลน์มากกว่า เพราะเลือกใช้ชื่อบริษัทหรือแบรนด์ของตัวเองได้ และยังสามารถให้ลูกจ้างหรือพนักงานล็อกอินเข้าตรวจสอบและทำรายการได้หลายๆคน (multiple users)
หากเพิ่งจะลองทำ แนะนำว่าสมัครแบบ Personal ไปก่อนก็ได้ แต่ถ้าในระยะยาวแล้ว คาดว่าจะรับบัตรเครดิตจากลูกค้าด้วย การเลือกแบบ Premier/Business Account ไปเลย ก็ไม่ผิดกติกาครับ เนื่องจากเพย์พาลยอมให้เราอัพเกรดหรือดาวน์เกรดบัญชีเพื่อขอเปลี่ยนแปลงภายหลังได้ แต่โดยปกติสมาชิกคนเดียวกันจะมี Personal ได้ 1 บัญชี และมี Premier/Business ได้อีกเพียง 1 บัญชีเท่านั้น
ขั้นตอนที่สอง การสมัครบัญชีเพย์พาลเพื่อให้สามารถเอาไปใช้กับ eBay ได้ จำเป็นจะต้องเป็นบัญชีแบบ PayPal Verified แล้วเท่านั้นนะครับ ถ้าไม่ได้ทำก็ “อดขาย” บนอีเบย์อย่างที่บอก วิธีการทำก็คือ เราจะต้องยืนยันเลข Expanded Use Number นะครับ เลขนี้เป็นตัวเลขจำนวน 4 หลักที่เพย์พาลส่งมาตัดยอดในรายการบัตรเครดิตของคุณเอง โดยนำไปยืนยันที่หน้าเว็บของเพย์พาลเอง สถานะทางบัญชีเพย์พาลของคุณจะเปลี่ยนเป็น Thai PayPal Verified ให้ทันที
ขั้นตอนที่สาม สมัครสมาชิกของอีเบย์ครับ ตามกระบวนการปกติ โดยการสมัครครั้งแรกนี้จะเป็นการสมัครเพื่อซื้อสินค้าได้เท่านั้น ยังไม่สามารถขายสินค้าอะไรได้ (เป็นเพียงบัญชีผู้ซื้อคนหนึ่ง ไม่ใช่บัญชีคนขาย) ถ้าคุณต้องการจะขายของบนอีเบย์ จะต้องยืนยันการสมัครบัญชีคนขาย (Create a Seller’s Account)โดยการให้ข้อมูล เช่น หมายเลขบัตรเครดิต แจ้งกับอีเบย์อีกครั้ง ซึ่งอาจจะมีการถามหาข้อมูลเหล่านี้ก่อนหรือหลังสร้าง listing ขายสินค้าในครั้งแรกแล้วแต่กรณีไป (บางรายอาจจะให้ Verify เบอร์โทรด้วย) ถ้าหากไม่มีการถาม ให้ไปแปะข้อมูลบัตรเครดิตเพื่อสร้างบัญชีผู้ขายที่ลิงก์นี้เลยก็ได้ครับ http://cgi4.ebay.com/ws/eBayISAPI.dll?SellerSignIn เป็นการสร้างบัญชีผู้ขายโดยตรงเช่นกัน
ขั้นตอนที่สี่ กฎเกณฑ์ใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามาก็คือ คุณจะต้องลิงก์หรือเชื่อมโยงบัญชี Thai PayPal Verified เข้ากับบัญชีผู้ขายอีเบย์ของคุณด้วย จึงจะทำการลงประกาศขายสินค้าต่างๆได้อย่างสมบูรณ์ วิธีการเชื่อมบัญชีนั้นสามารถทำได้ง่ายๆ ดูตัวอย่าง การเชื่อมบัญชีเพย์พาลที่นี่ ครับ ขั้นตอนนี้เป็นกฎใหม่ที่ใช้กับบัญชีผู้ขายคนไทย ถ้าไม่เชื่อมก็ไม่สามารถลงประกาศขายได้ครับ
เมื่อทุกอย่างถูกต้องตรงกัน และไม่มีปัญหาใดๆคุณก็สามารถเป็นนักขายสินค้าบนอีเบย์ได้แล้วครับ ขั้นตอนต่างๆเหล่านี้เป็นแบบภาพรวมนะครับ ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง คุณจะสลับโดยการสมัครอีเบย์ก่อนก็ได้ แล้วก็ไปสมัครเพย์พาล จากนั้นรอการเปลี่ยนสถานะเป็น Thai PayPal Verified ค่อยเอามาลิงก์เชื่อมโยงกับบัญชีผู้ขายบนอีเบย์ของคุณในภายหลังก็ได้เช่นเดียวกัน
ขอขอบคุณ http://www.siampoint.com
แนะนำโซเชียลของนักเขียน


















