กำลังโหลดหน้าเพจ
stars
คุณได้รับคะแนนการอ่าน 1 คะแนน
คุณมีคะแนนการอ่านทั้งหมด คะแนน
intro reward
SEO ใช้ rel=nofollow สำหรับลิงก์ที่เฉพาะเจาะจง เพิ่มลำดับในผลการค้นหาได้

SEO ใช้ rel=nofollow สำหรับลิงก์ที่เฉพาะเจาะจง เพิ่มลำดับในผลการค้นหาได้

พฤหัสบดี , 01 ม.ค. 2513
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องด้วยป้ายแทค :

แชร์ 6 แชร์ 4 แชร์ 4

แจ้งรายงานบทความ

ชวนหาเงินออนไลน์เทคนิคเพิ่มยอด

Google Bot ให้ความสำคัญกับ nofollow อย่างมาก เพราะแสดงถึงความใส่ใจในการดูแลเว็บไซต์ของเว็บมาสเตอร์ การใช้ nofollow มี 2 ระดับ ดังนี้

.....

  1. ระดับทั้งหน้าเพจ : ใช้ tag โดยระบุไว้ในส่วน ด้วยรูปแบบนี้  < meta name="robots " content="nofollow " />

    ถ้าเว็บมาสเตอร์ระบุแบบนี้ หมายถึง สั่งให้ Google Bot ไม่ต้องตามเก็บทุกลิงค์ที่ปรากฏในหน้าเว็บเพจนี้ไปทำ index ในผลการค้นหา เช่น ในเว็บไซต์ของเรา มีหน้าเพจชื่อ webboard.php ซึ่งผู้เข้าชม สามารถโพสต์ลิงค์เว็บไซต์ของผู้เข้าชม ไว้ในหน้านี้ได้

    เมื่อเว็บมาสเตอร์ได้ใส่ nofollow ระดับเพจเอาไว้ในหน้าเพจชื่อ webboard.php เรียบร้อยแล้ว Google Bot จะยังคงไต่ไปตามลิงค์เว็บไซต์ของผู้เข้าชมตามปกติ แต่จะไม่เอาค่า Page Rank (PR) ของเว็บไซต์เราไปให้ลิงค์เว็บไซต์ของผู้เข้าชม ซึ่งจะป้องกันการลดค่า Page Rank ของเว็บไซต์เรา
     
  2. ระดับลิงค์ : ใช้ attribute ชื่อ rel ระบุลงไปในแต่ละลิงค์ ผ่าน tag ..... ด้วยรูปแบบนี้ < a rel="nofollow" href="เว็บไซต์ปลายทาง" >เว็บไซต์ปลายทาง

    ถ้าเว็บมาสเตอร์ระบุแบบนี้ หมายถึง สั่งให้ Google Bot ไม่ต้องตามเก็บเฉพาะลิงค์นี้ที่ปรากฏในหน้าเว็บเพจไปทำ index ในผลการค้นหา แต่อย่างไรก็ตาม Google Bot จะยังคงไต่ไปตามลิงค์นี้ตามปกติ แต่จะไม่เอาค่า Page Rank (PR) ของเว็บไซต์เราไปให้ลิงค์นัั้น ซึ่งจะป้องกันการลดค่า Page Rank ของเว็บไซต์เรา

    วิธีการนี้มักใช้ในหน้าเว็บเพจ ที่มีการปะปนกันของลิงค์ 2 แบบ คือ (1) ลิงค์ที่สมควรได้รับค่า PR จากเว็บไซต์ของเรา และ (2) ลิงค์ที่ไม่สมควรได้รับค่า PR จากเว็บไซต์ของเรา

 

การใช้ Nofollow ในทางที่ผิด

มักเกิดจากการกระทำของเว็บมาสเตอร์ที่ไม่มีจรรยาบรรณ คือ ไปขอแลกลิงค์กับเว็บไซต์อื่น ๆ หรือ มีเว็บไซต์อื่น ๆ มาขอแลกลิงค์ แต่ตัวเองใส่ rel="nofollow" ให้เว็บอื่น เพื่อป้องกัน PR ของเว็บไซต์ตัวเองไหลออก แต่ตัวเองได้ PR เพิ่มจาก Back Link ของเว็บไซต์อื่นที่ลิงค์กลับมา

แม้จะอ้างว่า เว็บไซต์อื่น ๆ ก็ยังได้ Google Bot ไต่ลิงค์กลับไปเก็บเนื้อหาและลิงค์ในเว็บไซต์นั้น ๆ ให้นี่ แต่ไม่ใช่ข้ออ้างที่มีน้ำหนัก เพราะ Page Rank คือ สิ่งที่เว็บไซต์ทุกเว็บต้องการ เมื่อมีการแลกลิงค์กัน ก็ควรจะเป็นผู้ให้และผู้รับด้วย

 

การใช้ Nofollow ในทางที่เหมาะสม

  1. การใส่ nofollow เมื่อบทความที่เราเขียนเอง มีความจำเป็นต้องระบุ "ข้อเขียนบางส่วน หรือ บางคำพูดของนักพูด" ซึ่งมักจะต้องระบุลิงค์ไปยังเว็บไซต์ปลายทาง เช่น เว็บไซต์ของนักเขียน / นักพูดท่านนั้น เพื่ออ้างอิงให้บทความที่เราเขียนมีความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่อ้างอิงขึ้นมาลอย ๆ เพื่อให้ผู้อ่านเข้าไปชม หรือ เพื่อศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อหานั้น ในกรณีนี้ สมควรใส่ nofollow เพื่อป้องกัน PR ไหลออก
     
  2. การใส่ nofollow ในลิงค์ชำระเงิน , ลิงค์เข้าระบบสมาชิก , ลิงค์ข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิก
     
  3. การใส่ nofollow ในทุกลิงค์ในช่องแสดงความเห็น (ต้องใช้เทคนิคการเขียน code เพิ่ม เช่น PHP , ASP ฯลฯ) เพื่อป้องกันการแสปมกลับ เหมือนที่เราคงเคยเห็นว่า มีการแสดงความเห็นด้วยการแทรกลิงค์เต็ม ๆ เลย

 

Page Rank (PR) คือ อะไร

เป็นประเด็นที่ต้องอธิบายกันเยอะมากครับ แต่เอาแบบง่าย ๆ (ย้ำว่า แค่ง่าย ๆ) มัน คือ 1 ในปัจจัยหลายตัว ที่ Google นำมาพิจารณาว่า เว็บไซต์เรามีคุณค่ามากแค่ไหน (ยิ่งมีคุณค่ามาก การแสดงผลในการค้นหาก็จะมีลำดับต้น ๆ)

PR คำนวณด้วย (PR Algorithm) อันซับซ้อนจาก 

  1. จำนวนลิงค์ที่ลิงค์กลับมาหาเว็บไซต์เรา
  2. ค่า PR ของหน้าเว็บเพจ ที่เขาลิงค์กลับมาหาเรา (ไม่ใช่ PR ของทั้งเว็บไซต์นะครับ PR วัดจากหน้าเว็บหนึ่งหน้าเท่านั้น)
  3. จำนวนลิ้งค์ที่ลิงค์ออกจากหน้าเว็บที่ลิงค์กลับมาหาเรา

    เช่น
    หน้าเพจ a.com/a.html มีค่า PR เท่ากับ 5 และ ทำการลิงค์กลับมายังเว็บไซต์ 10 เว็บ และ 1 ใน 10 นั้น คือ เว็บไซต์ของเราด้วย เราจะได้ค่า PR จากหน้าเพจ a.com/a.html เท่ากับ 0.5

    แต่ถ้าหน้าเพจ a.com/a.html มีลิงค์กลับมายังเว็บไซต์เราเพียงเว็บเดียว เราจะได้ PR จากหน้าเพจ a.com/a.html เท่ากับ 5 เต็ม ๆ ครับ

อย่างไรก็ตาม , เว็บเพจที่มีค่า PR 5 ก็อาจดูด้อยกว่าเว็บเพจที่มีค่า PR 3 ในสายตาของ Google ครับ เพราะ PageRank เป็นแค่ 1 ในปัจจัยที่ Google นำมาพิจารณาเท่านั้น แต่กระนั้น ก็ควรทำ PageRank ให้สูงไว้ก่อนครับ

 

ใส่ nofollow ดีไหม เมื่อคัดลอกเนื้อหาจากเว็บไซต์อื่น

ปัจจุบัน Google พัฒนา PR Algorithm ไปมาก สามารถแยกแยะและเห็นใจเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาดี แต่ถูกอีกเว็บไซต์จงใจดูด PR เข้าหาตัวเอง ด้วยการใส่ nofollow ลงไปให้เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาดี

ดังนั้น เว็บมาสเตอร์สายขาว จึงไม่ต้องกังวลในการพัฒนาเนื้อหาที่ดีให้กับผู้เข้าชม แม้ว่าเนื้อหาที่เขียนมาอย่างดีจะถูกคัดลอกไปใส่ในเว็บไซต์อื่น โดยไม่ใส่เครดิตลิงค์กลับ หรือ ใส่แต่ระบุ rel="nofollow" ไว้

Google สามารถคำนวณความซ้ำของเนื้อหา และ ระบุที่มาของเนื้อหาต้นทางได้ค่อนข้างแม่นยำ ทั้งโดยคน และ Google Bot (เหตุผลเพราะ Google มีรายได้หลักอันหนึ่งจาก Adwords จึงต้องพยายามกรองเนื้อหาให้ผู้ใช้)

ส่งผลให้เว็บมาสเตอร์ที่พัฒนาเนื้อหาดี แต่ถูกเว็บมาสเตอร์สายมืดจงใจดูดค่า PR ผ่านการคัดลอกเนื้อหา ได้รับคะแนน PR เองโดยไม่ต้องไม่ตามขอให้เว็บมาสเตอร์สายมืดใส่ลิงค์กลับให้ด้วย

ในเวลาเดียวกัน Google ก็จะลดค่าความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ของเว็บมาสเตอร์สายมืดลงโดยอัตโนมัติเช่นกันครับ เพราะ Google ได้ผ่าน ยุคที่กลยุทธ์เพิ่มค่า PageRank ผ่านการแลกลิงค์ , การแสปมลิงค์ตามเว็บบอร์ดที่ไม่ได้ระบุ nofollow , การเพิ่มรายชื่อเว็บไซต์กับ Web Directory ฯลฯ มาแล้ว

Google ฉลาดขึ้นครับ และ ไม่ยอมให้เว็บมาสเตอร์สายขาว ที่มีความรักและพัฒนาเนื้อหาที่ดีออกมา ท้อใจจนหยุดทำเว็บไซต์ดีดีออกมาครับ

หากจำเป็นต้องคัดลอกบทความของใครมาใส่ในเว็บไซต์ของเรา ให้ละเว้นการใส่ rel="nofollow" ไว้ครับ เพราะ Google จะไม่ลดอันดับความน่าเชื่อถือของเรา ตรงกันข้าม กลับมองเห็นความซื่อสัตย์ในการนำเนื้อหาจากเว็บไซต์อื่นมาใช้ (แต่ก็ไม่ได้เพิ่ม PR หรือ อะไรพิเศษให้กับเว็บไซต์ของเรานะครับ)

นี่ คือ เหตุผลที่ Google ถึงยังคงไต่ไปตามลิงค์ที่ใส่ rel="nofollow" เพราะต้องการรู้ว่า เนื้อหาในเว็บไซต์นั้น คัดลอกมาจากลิงค์ปลายทางหรือเปล่า ?

 

อ้าว เฮ้ย !! งั้นไม่ใส่ลิงค์ให้เครดิตเลยก็ดีกว่าสิ

ไม่รอด Google ครับ Google Bot มีความเฉลียวฉลาด และตรวจทานเนื้อหาซ้ำละเอียดมาก เพราะ Google ใช้หลายปัจจัยทั้งทาง Digital และ Human ในการระบุว่า 'เนื้อหาซ้ำซ้อน และ เนื้อหาไหนใครเป็นเจ้าของ'

ก็เข้าเหตุผลเดิมครับ Google มีรายได้หลักอันหนึ่งมาจาก Adwords และ Google ก็พยายามป้องกันลูกค้า Adwords จากการแสปมเนื้อหาหลาย ๆ แบบจากเหล่านักทำ Adsense

หากผลการซื้อโฆษณาผ่าน Adwords ไม่น่าประทับใจ เพราะถูกนำไปแสดงผลกับเว็บไซต์ที่มีคุณค่าต่ำ ซึ่งเกิดจากการปั๊มเว็บไซต์ล่าเงินฝั่ง Adsense แล้วต่อไปใครจะอยากจ่ายเงินซื้อโฆษณากับ Google หละ ?

นี่ คือ เหตุผลที่ Google ไม่เคยหยุดพัฒนา Google Bot และ Algorithm ในการคัดกรอง หาเว็บไซต์ที่มีคุณค่า มานำเสนอให้ผู้ใช้

จงเขียนเนื้อหาที่ดีออกมา และ ปรับปรุงโครงสร้างเว็บไซต์ตามคำแนะนำของ Google ก็พอครับ

 

แนะนำโซเชียลของนักเขียน
แชร์ 6 แชร์ 4 แชร์ 4
กดชอบรับ 1 คะแนน

กดชอบเป็นคนแรก
นักเขียน
นายแทม
นักเขียนสรรสาระชีวิต เป็น introvert ระดับ extreme ยกพระเจ้าให้เป็นสหายที่ดีที่สุด ใช้ชีวิตไปกับเพื่อนสนิททั้งหก คือ ตุ๊กตาหมีเทมโปโป้, ภาษาคอมพิวเตอร์อันซับซ้อน, ไดอารี่, กองหนังสือ, อัลบั๊มเพลงเศร้า และ ชอคโกแลตร้อนในถ้วยสวย ๆ


Introduction to Search Engine Marketing ( SEM )

ในโลกของ Internet ปัจจุบัน การทำตลาดได้เปลี่ยนแปลงไปหลังจากที่ ผู้ใช้ Internet ท

เทคนิคเพิ่มรายได้ เทคนิค 17 Click & Close Analysis

ส่วนนี้เราจะพูดกันเรื่องพฤติกรรมการเข้าชมเว็บครับ ใครเข้ามา เข้ามาเพื่ออะไร เข้า

26 ขั้นตอนการสร้างเว็บไซต์ติดอันดับโลก

เคล็ดไม่ลับ การสร้างเว็บไซต์ให้ผู้เข้าชมติดใจเว็บไซต์คุณ หากคุณทำตามขั้นตอนเหล่า

5 Check list ทำไมติด Index ช้าจัง

เอาล่ะครับ ส่วนนี้จะเพื่อสำหรับผู้ที่พบกับความผิดหวังกับการติด Index หลังจากที่ฝ

10 แนวทางเขียนบทความออนไลน์

แนวทางเขียนบทความออนไลน์จะแตกต่างจากการเขียนลงสื่อตีพิมพ์อยู่มาก ด้วยความเปิดกว้

Roadmap: Blogger + PPC + AFF

Roadmap นี้ทำเงินให้ผมได้เดือนละเป็นหมื่นบาท (ถ้าทำครบทุกขั้นตอนนะครับ) ไม่ได้ล้

PageRank คือ อะไร

PageRank เป็นเทคโนโลยีที่ตั้งตามชื่อ ผู้ร่วมก่อตั้ง Google (Larry Page) ได้กลายเ

การจัดการเว็บเพจ ให้ถูกหลัก SEO

การจัดการให้หน้าเว็บเพจแต่ละหน้าในเว็บไซต์ของเรา เป็นไปตามหลักของ SEO จะทำให้เว็

เทคนิคการหา Keyword ที่มีคู่แข่งน้อย

ผมเชื่อว่าหลายคนคงปวดหัวกับการหา keyword ที่มีคู่แข่งน้อยๆ มาทำโฆษณาด้วย PPC วัน

วิธีหา Traffic เพิ่มคนอ่าน Blog - ตอนที่ 2

การที่มีคนมา comment เรื่องที่เราเขียน ไม่ว่าจะเป็นการติ ชม ถามข้อสงสัย แล้วเราโ

เรื่องเกี่ยวข้องจากโซเชียล

facebook-logo-svgrepo-com.svg
facebook-logo-svgrepo-com.svg
facebook-logo-svgrepo-com.svg
facebook-logo-svgrepo-com.svg
facebook-logo-svgrepo-com.svg