ชวนหาเงินออนไลน์เทคนิคเพิ่มยอด
Meta tag เป็นคำสั่งที่ประกาศเอาไว้ใน html code อยู่ภายใน Hearder Tag ส่วนหัวภายใน
….
ของหน้าเว็บเพจ ซึ่งจะมีอยู่หลายคำสั่ง ใช้สำหรับประกาศบอกกับ Robots ของ Search Engine ที่ได้มาเก็บข้อมูลจากเว็บไซต์ไป Index Server ว่าเป็นอะไรบ้าง เช่น ชื่อเว็บไซต์ รายละเอียดเว็บไซต์ คำค้นหา ฯลฯ เป็นต้น ลองมาดูรายละเอียดกันว่ามีอะไรบ้าง
แบบที่ 1 คือพวก คำ,วลี,กลุ่มคำที่สื่อความหมายเกี่ยวกับเว็บไซต์ ที่คนนิยมใช้ในการค้นหาข้อมูล โดยจะใส่ในเครื่องหมายคำพูด(“”) กลุ่มคำสำคัญ(Keyword) นั้นสามารถใส่ได้ไม่จำกัดจำนวน แต่ก็ไม่ควรใส่เยอะจนเกินไป เช่น พวกคำซ้ำๆ กลับไป กลับมา เป็นต้น การแบ่งคั่นกลุ่มคำ สามารถแบ่งได้โดยใช้เครื่องหมาย คอมม่า(,) คั่นระหว่างคำ เช่น Thailand,ไทย,สยาม เป็นต้น Keywords พวกนี้ จะเป็นคำที่ผู้ใช้งานคิดและนำไปค้นดังนั้น ต้องวิเคราะห์ว่าผู้ใช้งานจะใช้คำอะไรในการค้นหาแล้วจึงนำมาใส่ใน Meta Tag นี้ได้ เพื่อให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย
แบบที่ 2 ควรใส่เป็นข้อความบรรยายเกี่ยวกับเว็บไซต์ ของคุณให้สั้นที่สุด แต่ครอบคลุมให้ได้ใจความเกียวกับลักษณะของเว็บไซต์ให้มากที่สุดเช่นกัน ส่วนคำบรรยายที่จะต้องใส่ใน Code ให้ใส่ในเครื่องหมายคำพูด(“”) ภายใน tag content=”คำบรรยาย” จะแสดงผลข้อมูลสาระสังเขป เพื่อให้คนตัดสินใจก่อนที่จะคลิ๊กเข้าไปอ่านยังข้อมูลนั้นๆ
แบบที่ 3. เป็นการกำหนดชื่อผู้สร้างเว็บเพจและให้ใส่ชื่อผู้แต่ง สามารถใช้ชื่อจริงหรือชื่อสถาบันได้ เช่น “Department of Information Studies, Faculty of Humanity, Ramkhamhaeng University” หรือ “นายกูเกิล รู้ไปทุกอย่าง” เป็นต้น
แบบที่ 4. ที่แสดงถึงความเป็นเจ้าของเว็บไซต์ โดยให้ใส่ “ชื่อผู้จัดทำ” หรือ”ชื่อหน่วยงาน สถาบัน บริษัทที่จัดทำ” และอาจใส่ถ้อยความแสดงความเป็นเจ้าของ เช่น “สงวนลิขสิทธ์โดยบริษัท ….. จำกัด” เป็นต้น
แบบที่ 5. เป็น Tag ที่แสดงข้อความระบุสาระสำคัญของเนื้อหาโดยสรุป มีความคล้ายกับ Tag DESCRIPTION แต่จะมีความแตกต่างกันคือ จะเป็นการสรุปเนื้อหาที่สำคัญๆไม่ใช่การอธิบายเกี่ยวกับสาระโดยรวมๆแบบ Tag DESCRIPTION
แบบที่ 6. ROBOT Tag เป็น Tag แจ้งให้ spider ทำการจัดทำดรรชนีคำของเนื้อหาในเอกสาร ในรูปแบบที่ต้องการ โดยสามารถกำหนดค่าของรายการที่จะใส่แจ้งการกระทำของ spider ได้ ดังนี้
“ALL” คือ การกำหนดค่าให้สามารถจัดทำดรรชนีคำในเนื้อหาได้ทุกหน้าที่มีการเชื่อมโยงถึง เพื่อนำไปจัดเก็บบันทึกลงฐานข้อมูล Search Engine
“NOINDEX” คือ การกำหนดไม่ให้จัดทำดรรชนีคำในเนื้อหาสำหรับหน้าที่กำหนดไว้ แต่ให้ตามส่วนที่เชื่อมโยงได้และนำเนื้อหาไปจัดทำดรรชนีได้ ไปลงฐานข้อมูล Search Engine
“NOFOLLOW” คือ การกำหนดให้จัดทำดรรชนีคำในเนื้อหา ในหน้าที่ปรากฏได้ แต่ไม่ให้ตามส่วนที่เชื่อมโยงเพื่อจัดทำดรรชนีคำในเนื้อหา นำไปลงฐานข้อมูล
“NONE” คือ การห้ามไม่ให้ spider จัดเก็บเว็บเพจที่ปรากฏไปทำดรรชนีเนื้อหา และ ห้ามตามส่วนเชื่อมโยงเพื่อทำดรรชนีในเนื้อหาด้วยเช่นกัน ตัวอย่างการนำไปใช้งาน
แบบที่ 7. REVISIT-AFTER Tag นี้เป็น Tag ที่ใช้กำหนดแจ้งให้ spider กลับมาตรวจสอบจัดเก็บเนื้อหาที่มีการปรับปรุงให้ทันสมัย โดยสามารถกำหนดเป็น วัน เดือน ได้ เช่น “10 days”, “2 months” “1 week” แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้นหมายความว่าผู้จัดทำต้องมีระบบในการปรับปรุงเว็บเพจของตนให้สอด คล้องกับที่แจ้งไว้
แบบที่ 8.
REFRESH Tag นี้ใช้สำหรับในการใช้เพื่อกำหนดให้มีการเชื่อมโยงไปยังหน้าใหม่ที่มีการจัด ทำแทนหน้าเก่า โดยสามารถกำหนดเป็นจำนวนเวลาที่ให้เชื่อมโยงไปในส่วน content คั่นด้วยเครื่องหมาย เซมิโคล่อน( ; ) ตามด้วย URL และเครื่องหมาย =(เท่ากับ) แจ้ง address เช่น หรือ เป็นต้น
แบบที่ 9.Expires Tag เป็น Tag ที่ใช้สำหรับแจ้งให้ทราบการหมดอายุ และใช้สำหรับการจัดทำเว็บไซต์ที่ได้จัดทำขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ใช้งานชั่ว คราว โดยกำหนดเวลาที่จะแจ้งให้ spider เอาออกจากฐานข้อมูล และการใส่ข้อความสามารถใส่ ได้ ตามตัวอย่างนี้ ในความหมายก็คือ กำหนดให้เว็บเพจนี้ หมดอายุวันเสาร์ที่ 9 กันยายน 2549 เวลา 08:00:57 GMT ให้ Search Engine เอาออกจากฐานข้อมูล
แบบที่ 10.Distribution Tag เป็น Tag ใช้สำหรับแจ้งระดับการเผยแพร่ ความครอบคลุมของเว็บไซต์ โดยระดับการเผยแพร่มีระดับดังนี้ Global, local, internal use
Global คือ ต้องการเผยแพร่บุคคลทั่วไปทั่วโลก
Local คือ ต้องการเผยแพร่บุคคลภายในประเทศ
internal use(lu) คือ ไม่ต้องเผยแพร่ทั่วไป
รูปแบบการใช้งาน
แบบที่ 11. CONTACT_ADDR Tag เป็น Tag สำหรับแจ้งให้ผู้อ่านสามารถติดต่อกลับไปยังผู้จัดทำได้
ตัวอย่างเช่น CONTENT=”info@domain.com“>
แบบที่ 12. RATING Tag เป็น Tag ที่แจ้งวัตถุประสงค์ในการจัดทำเว็บไซต์ ว่าเว็บไซต์มีข้อมูลที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยค่านี้ใช้ในการวัด rating ของหน้านั้น ๆ หรืออาจจะมีประยุกต์ใช้ในการ ป้องกันเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมสำหรับเด็ก โดยจะมีรับส่งข้อมูลกับเว็บไซต์ที่รับวัด rating เว็บเพจ (แต่เราต้องลงทะเบียนกับเว็บไซต์เหล่านี้เสียก่อน) เช่น เว็บไซต์ของ RSACI http://www.rsac.org, SafeSurf http://www.safesurf.com สำหรับค่าที่ระบุมีดังนี้
14 Years สำหรับอายุที่เกินกว่า 14 ถึงจะเข้าได้
General สำหรับกลุ่มคนทั่วไป
Mature เป็นเว็บไซต์สำหรับผู้ใหญ่ ระดับ Rate R
Restricted เป็นเว็บไซต์สำหรับผู้ใหญ่ ระดับ Rate X
Safe เป็นเว็บที่สำหรับเด็กๆเข้าไปดูได้
รูปแบบการใช้งาน
แบบที่ 13. CONTENT-TYPE เป็นค่าใช้สำหรับกำหนด Mime Type ของเว็บเพจหน้านี้ว่ามี Mime Type แบบใด เช่น text/html หรือ text/css เป็นต้น
text/html เป็นข้อความอักษรประเภทรหัสโค้ด HTML เพื่อกำหนดรูปร่างหน้าตาเว็บไซต์
text/css เป็นข้อความอักษรประเภทรหัสโค้ด CSS เพื่อกำหนดรูปแบบเว็บไซต์ เช่น ขนาดตัวหนังสือ,สี,พื้นหลัง เป็นต้น
CHARSET เป็นการกำหนดรหัสโค้ดมาตราฐานสำหรับเว็บไซต์ในการแสดงผล เช่น ภาษาไทยก็จะใช้ Windows-874 หรือ Tis-620 เป็นต้น
แบบที่ 14.Content-Language Tag ซึ่ง Tag นี้ ใช้สำหรับการแจ้งภาษาที่ใช้ในการจัดทำเว็บไซต์ การใส่รายการให้ใส่ ตัวอักษรของภาษาแบบย่อๆ ของชื่อภาษา ตามตัวอย่างตารางมาตราฐานด้านล่างนี้
Thailand(th), CS (Czech) , DA (Danish) , DE (German) , EL (Greek) , EN (English) , EN-GB (English-Great Britain), EN-US (English-United States), ES (Spanish) , ES-ES (Spanish-Spain), FI (Finnish) , HR (Croatian), IT (Italian), FR (French) , FR-CA (French-Quebec), FR-FR (French-France) , IT (Italian) , JA (Japanese), KO (Korean) , NL (Dutch) , NO (Norwegian) , PL (Polish) , PT (Portuguese) , RU (Russian) , SV (Swedish) , ZH (Chinese)
แนะนำโซเชียลของนักเขียน






















