กำลังโหลดหน้าเพจ
intro reward
สอนขายของบน tiktok

สอนขายของบน Tiktok สำหรับมือใหม่เริ่มต้น ฟรี !

นายแทม ดอทคอม รวบรวมเนื้อหาจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่กระจัดกระจายบนอินเทอร์เนต ให้อยู่ในโครงสร้างเนื้อหาแบบเข้าใจง่าย โดยให้ผู้เรียนได้เห็นภาพรวมของกระบวนการขายสินค้า ตั้งแต่การสร้างร้านค้า การแก้ไข การรับมือกับปัญหา การแก้ไขปัญหา และ ข้อดี ข้อเสียของแพลตฟอร์ม โดยที่ผู้เรียนไม่ต้องเหนื่อยกับการค้นหาเนื้อหาเพื่อเรียนรู้เอง (จะสับสนมากกว่าเดิมอีกนา)

เรียนเนื้อหาสำคัญตามลำดับหัวข้อที่นายแทม ดอทคอมออกแบบมาให้ครับ และเนื้อหาใหม่จะถูกอัพเดทไว้ที่นี่เสมอ

หากท่านใดที่เป็นโค้ชสอน และ ต้องการนำเสนอคอร์สการเรียนของตัวคุณเอง เพื่อให้นายแทม ดอทคอมช่วยประชาสัมพันธ์ให้ กรุณาติดต่อมาที่ Line Official : @naitam

ดูโค้ชสอนที่แนะนำ

tiktok ภาพรวม

เข้าใจประเภทบัญชีของ Tiktok ก่อนจะสมัครใด ๆ (แนะนำอ่านให้เข้าใจก่อนไปหัวข้ออื่น เพราะระบบบัญชี Tiktok คือ รากแห่งความอลหม่านทุกประการ)

บัญชี Tiktok มี 2 ประเภท เมื่อใช้เรื่องสิทธ์การใช้งานระบบต่าง ๆ ของ Tiktok เป็นเกณฑ์แบ่งแยก
  1. บัญชี Tiktok เป็นบัญชีพื้นฐานที่ทุกคนต้องมี เพื่อใช้ต่อยอดเข้าถึงสิทธิ์การใช้งานต่าง ๆ ของ Tiktok และ 1 คน สามารถมี Personal Account ได้หลายบัญชี ใช้งานด้วยแอพเดียว แค่สลับใช้บัญชีไปมา

    บัญชี Tiktok ใช้สมัครเปิดร้านขายของ Tiktok Shop
    บัญชี Tiktok ใช้สมัครเปิดเป็นนายหน้า Tiktok Affiliate

  2. บัญชี Tiktok Shop เป็นบัญชีร้านค้าเท่านั้น ตัวมันเองอยู่โดด ๆ ไม่แสดงผลบนหน้าแอพได้ ถ้าไม่มีการเอาบัญชี Tiktok มาเชื่อมกับบัญชี Tiktok Shop และ 1 คน สามารถมี Tiktok Shop ได้แค่ 1 บัญชี

บัญชี Tiktok มี 2 ประเภท เมื่อใช้เรื่องความเป็นส่วนตัวเป็นเกณฑ์แบ่งแยก
  1. บัญชี Personal Account ที่ไม่ได้เปิดใช้งาน Business คุณควบคุมความเป็นส่วนตัวได้ คนที่ไม่ได้เป็นเพื่อนกับคุณจะส่งข้อความหาคุณไม่ได้

  2. บัญชี Personal Account ที่เปิดใช้งาน Business ทุกคลิปที่คุณโพสต์จะถูกตั้งค่าเป็นสาธารณะเสมอ

ถ้าคุณใช้บัญชี Personal Account ที่ไม่ได้เปิด Business ในการสมัครเปิดร้านค้า
  • ข้อดี คือ คุณควบคุมความเป็นส่วนตัวได้
  • ข้อเสีย คือ ถ้าคนนั้นไม่ได้เป็นเพื่อนกับคุณ หน้าร้านค้าจะถูกซ่อน

ถ้าคุณใช้บัญชี Personal Account ที่เปิด Business ในการสมัครเปิดร้านค้า
  • ข้อดี คือ ร้านค้าแสดงผลตลอดเวลา
  • ข้อเสีย คือ ทุกคนมองเห็นวีดีโอของคุณได้หมด ถ้าคุณโพสต์เรื่องส่วนตัวด้วยบัญชีประเภทนี้ ชีวิตคุณจะไม่ส่วนตัวทันที โดยเฉพาะถ้าคุณเผลอไปแสดงความเห็นในคลิปคนอื่นในแบบที่ไม่สร้างสรรค์ ร้านค้าและชีวิตของคุณจะบรรลัยได้ !!

บัญชี Tiktok มี 2 ประเภท เมื่อใช้เรื่องการหารายได้เป็นเกณฑ์แบ่งแยก
  1. บัญชี Personal Account ที่ต้องการหารายได้จากการเป็นนายหน้าขายสินค้าของคนอื่น (เรียกว่า Affiliate) ต้องไม่ถูกนำไปใช้เปิดใช้งานเป็น Tiktok Shop Official Account

    นี่ ! งอกประเภทบัญชีใหม่มาอีกแล้ว ทำให้มีเรื่องใหม่ให้ต้องเข้าใจเพิ่ม คือ
    อ่านบัญชี Affiliate Tiktok คือ อะไร
    คลิปอธิบาย Affiliate Tiktok หาเงินยังไง
    คลิปสอนสมัคร Affiliate Tiktok แบบไม่มีผู้ติดตามเราเลย 1
    คลิปสอนสมัคร Affiliate Tiktok แบบไม่มีผู้ติดตามเราเลย 2
    คลิปสอนสมัคร Affiliate Tiktok แบบไม่มีผู้ติดตามเราเลย 3
    คลิปสอนสมัคร Affiliate Tiktok แบบมีผู้ติดตามมากกว่า 1,000 คน

  2. บัญชี Personal Account ที่ต้องการขายสินค้าในร้านของตัวเองจะต้องถูกนำมาเชื่อมกับ Tiktok Shop (กลายร่างเป็นบัญชี Tiktok Shop Official Account) และจะไม่สามารถใช้บัญชี Personal Account นี้หารายได้จากการขายสินค้าของร้านอื่นได้ (ขายได้แต่สินค้าในร้านของตัวเอง)

    นี่ ! งอกประเภทบัญชีใหม่มาอีกแล้ว
    อ่านบัญชี Tiktok Shop Official Account คือ อะไร


สรุปว่า .. เอายังไงดีกับเรื่องบัญชี Tiktok

เพื่อความสุขของชีวิตในระยะยาว ทั้งมีชีวิตส่วนตัวและหาเงินได้ด้วย ต้องสมัครบัญชี Tiktok 3 บัญชี และ ทั้ง 3 บัญชีสามารถใช้งานได้ภายในแอพเดียวกัน ถ้าคุณเห็นด้วยกับแนวทางนี้ นี่ คือ ขั้นตอนและรายละเอียดตามลำดับ

ดาวโหลดแอพ TikTok ลงมือถือของคุณให้เรียบร้อยก่อน แล้วสมัครเปิดบัญชีส่วนตัวทั้ง 3 แบบครับ โดยคุณต้องมี email 3 บัญชีก่อน คือ email ส่วนตัว , email ใช้ทำนายหน้า , email เพื่อใช้ติดต่อลูกค้าของเรา (ถ้าใช้ email มาอันเดียวตลอด ก็จำเป็นต้องสมัครใหม่อีก 2 email)

วิธีเพิ่มบัญชีที่ 2 และ 3 (บัญชีแรกก็สมัครได้เหมือนลงทะเบียนแอพทั่วไป) คือ มุมขวาล่างเลือก Profile แล้วขอบบนสุดของแอพจะเห็น 'ชื่อของเรา' แตะตรงชื่อ จะเห็นเมนู 'เพิ่มบัญชี' ก็ให้วนการลงทะเบียนใหม่เข้าไปครับ

บัญชีแรก สมัครเปิดบัญชีส่วนตัว แบบไม่เปิด Business เพื่อใช้ส่วนตัวเท่านั้น
  1. ใช้ email ในการสมัครเท่านั้น ย้ำว่า email เท่านั้น ห้ามใช้ facebook, twiiter, line ในการสมัคร

  2. ใช้อีเมล์ส่วนตัวในการสมัคร

  3. หน้าที่ของบัญชี นี้คือ ใช้งานบัญชีนี้สำหรับโพสต์วีดีโอกับเพื่อน ๆ ที่คุณอนุญาตเท่านั้น

บัญชีสอง สมัครเปิดบัญชีส่วนตัว แบบเปิด Business เพื่อใช้ทำนายหน้าขายของ Affiliate
  1. ใช้ email ในการสมัครเท่านั้น ย้ำว่า email เท่านั้น ห้ามใช้ facebook, twiiter, line ในการสมัคร

  2. ใช้อีเมล์ที่ใช้ทำนายหน้าในการสมัคร

  3. หน้าที่ของบัญชี นี้คือ ใช้งานบัญชีนี้สำหรับโพสต์วีดีโอเพื่อหารายได้จากการขายสินค้าของคนอื่น

บัญชีสาม สมัครเปิดบัญชีส่วนตัว แบบเปิด Business เพื่อใช้ขายของจากร้านของตัวเอง โดยนำบัญชีไปเชื่อม Tiktok Shop ให้กลายร่างเป็น Tiktok Shop Official Account
  1. ใช้ email เพื่อใช้ติดต่อลูกค้า ในการสมัครบัญชีนี้เท่านั้น

  2. สำคัญตรงนี้ !! คือ ตั้งชื่อผู้ใช้ Tiktok บัญชีนี้ให้สื่อความหมายใกล้เคียงถึงกลุ่มสินค้าที่คุณจะขายให้มากที่สุด

  3. เมื่อสมัครเสร็จแล้วให้เปิดใช้งานบัญชีนี้เป็น Business โดยเปิดแอพ Tiktok แล้วไปที่ Profile > สามขีดมุมขวาบน > ตั้งค่าและความเป็นส่วนตัว > บัญชี > สลับเป็นบัญชีธุรกิจ

  4. เลือกประเภทร้านค้าของคุณให้ใกล้เคียงกับความจริงมากที่สุด, ใส่อีเมล์ที่ใช้ติดต่อลูกค้า, ใส่ข้อมูลร้านค้าคร่าว ๆ

  5. ใช้งานบัญชีนี้สำหรับโพสต์วีดีโอ เพื่อขายของอย่างเดียว

tiktok5
เมื่อมีบัญชี Tiktok สามบัญชีแล้ว คุณก็พร้อมแล้วในการเรียนรู้ตามสารบัญด้านล่างครับ

1

การสมัครเป็นผู้ขายและการยืนยันตัวตน

การสมัคร tiktok shop ภาพจาก tiktok

ขั้นตอนการสมัครเปิดบัญชี TikTok Shop

แนะนำให้ลงทะเบียนผ่านคอมพิวเตอร์จะสะดวกรวดเร็วที่สุด (แต่ใช้มือถือได้เช่นกัน) เอกสารที่ใช้สมัคร คือ รูปบัตรประชาชนตัวจริง
  1. ลงทะเบียนสมัคร : คลิกที่นี่เพื่อสมัคร TikTok Shop

  2. เลือกปุ่ม 'ลงทะเบียนด้วยบัญชี TikTok' แล้วดำเนินการตามหน้าจอ

  3. ระบบจะพามาหน้าลงทะเบียนร้าน Tiktok ของคุณ ให้ดำเนินการกรอกข้อมูลให้ครบแล้วกดลงทะเบียน

  4. ระบบจะพากลับมาหน้าลงทะเบียนหน้าเดิม เพื่อให้คุณเพิ่มสินค้ารายการแรก

  5. สำคัญ ! เมื่อคุณกดเพิ่มสินค้าครั้งแรก จะมีหน้าต่างให้คุณเพิ่มข้อมูล 2 ส่วน คือ ที่อยู่ และ ภาษี ให้คุณดำเนินการกรอกข้อมูลทั้งสองส่วน สำหรับข้อมูลภาษี ถ้าคุณไม่ได้มีการจด Vat ก็ให้เลือก 'ฉันไม่ใช่ผู้ขายที่จดทะเบียนภาษีในประเทศ ไทย'

  6. ระบบจะพาคุณกลับมาที่หน้าแรกเพื่อเพิ่มสินค้า คุณแค่ลงสินค้าแรกให้เรียบร้อย
  7. ระบบใช้เวลาอนุม้ติบัตรประชาชนของคุณ แค่ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น ถ้าอนุม้ติแล้ว สินค้าชิ้นแรกของคุณก็จะแสดงหน้าร้านค้าเลย




2

สร้างและจัดการสินค้า

ถ้ามีคอมพิวเตอร์ (แนะนำ) คลิกที่นี่เพื่อเข้าใช้งานที่ Tiktok Seller Center
ถ้าไม่มีคอมพิวเตอร์ ดาวโหลดแอพมาใช้งาน สำหรับ Android | สำหรับ iOS



สำหรับผู้ที่ใช้เว็บไซต์ Seller Center

สอนการเพิ่มสินค้าใหม่ (แบบอ่าน)
รายละเอียดค่อนข้างหนัก แนะนำอ่านแบบจับประเด็นที่สอดคล้องกับสินค้าของคุณดีกว่าครับ (ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง เวลาสงสัยในการเพิ่มสินค้าดีกว่า)

การใส่ข้อมูลขนาดสินค้า (แบบอ่าน)
ถ้าสินค้าของคุณอยู่ในกลุ่มเสื้อผ้า, รองเท้า, แหวน คุณต้องเรียนรู้กฏและการใช้งานครับ โดยฟังก์ชันการใส่ข้อมูลสินค้าจะแสดงอัตโนมัติ เมื่อสินค้าของคุณถูกกำหนดให้ต้องกรอกตารางขนาดครับ

เครื่องมือเพิ่มการมองเห็นสินค้า (แบบอ่าน)
โดยจะให้คุณปรับปรุงคุณภาพชื่อสินค้า คำอธิบาย และรูปภาพของสินค้า ช่วยให้ผู้ขายมีการเข้าชมและอัตราคอนเวอร์ชันที่สูงขึ้น

การจัดการรีวิว (แบบอ่าน)
ดูรีวิว ตอบกลับ และ ขอให้ลูกค้าแก้ไขรีวิว (แก้ไขภายใน 6 วัน)

การจัดการสต๊อก (แบบอ่าน)

อ่านข้อจำกัดสำหรับร้านค้าที่เพิ่งเปิดใหม่จะลงสินค้าได้จำกัด (แบบอ่าน)



สำหรับผู้ที่ใช้แอพ Seller Center บนมือถือ

คลิป Youtube จากช่อง : นายตุ๊ก_infinity88



เริ่มสร้างคลิปวีดีโอเพื่อใช้โปรโมทสินค้าของคุณ

แม้คุณจะมีสินค้าเข้า Tiktok Shop แล้ว แค่คุณยังขายอะไรไม่ได้ เพราะสิ่งที่เป็นเนื้อหาหลักให้คนอื่น ๆ เข้ามาเห็นสินค้าของคุณ คือ คลิปวีดีโอ



คลิปวีดีโอทำให้คุณขายสินค้าได้อย่างไร ?

คลิปวีดีโอเป็นช่องทางเดียวในการสร้างผู้เข้าชม เพื่อให้เข้ามาเห็นสินค้าของคุณ โดยเพิ่มเนื้อหาใหม่เข้า Tiktok ทุกวัน และ คลิปวีดีโอสามารถช่วยให้คุณขายสินค้าได้ ด้วยวิธี ดังนี้
  1. การแทรกลิงค์สินค้าในหน้าคลิปวีดีโอ
  2. การที่ผู้ชมคลิกเข้าไปดูหน้าร้านค้าของคุณโดยตรง
  3. การตอบความเห็นผู้เข้าชม


แนวทางในการสร้างคลิปวีดีโอ


คลิป Youtube จากช่อง : Kru Palm TV




คลิป Youtube จากช่อง : Don Youtube

คำแนะนำการขายสินค้าได้มากขึ้นจากการทำคลิป การไลฟ์สด และ การทำ Affiliate




3

การจัดการออเดอร์และการเงิน

Tiktok ให้ระยะเวลาคุณแค่ 72 ชั่วโมง (3 วัน) ในการตัดสินใจเกี่ยวกับคำสั่งซื้อที่เข้ามาในระบบแล้ว คือ คุณจะกดยอมรับเพื่อจัดส่งสินค้า หรือ กดยกเลิกเพื่อปฏิเสธการจัดส่งสินค้า

ถ้าคุณกดยอมรับเพื่อจัดส่งสินค้า คุณมีเวลาแค่ 48 ชั่วโมง (2 วัน) ในการนำพัสดุเข้าระบบขนส่ง โดยคุณต้องพิมพ์ใบปะหน้ากล่องพัสดุที่มีบาร์โค้ดออกมาจากระบบ แล้วเอามาแปะลงหน้ากล่องพัสดุที่บรรจุสินค้าแล้ว

Tiktok มีช่องทางขนส่ง 2 ทาง ดังนี้
  1. การจัดส่งมาตรฐาน คือ ส่งผ่านพาร์ทเนอร์ของ Tiktok ซึ่งมี 5 บริษัทฯ คือ J&T , Kerry , Ninja Van , Flash , Best โดยคุณสามารถเรียกขนส่งเข้ามารับพัสดุที่บ้าน หรือ คุณหิ้วพัสดุไปส่งเองที่สาขา (โดยคุณต้องดูรายชื่อสาขาที่รองรับ) แต่ทั้งนี้ตอนเริ่มต้นคุณไม่มีสิทธิ์เลือกเอง ว่าจะได้บริการขนส่งใดบ้าง และ ส่งด้วยวิธีการใด ระบบจะกำหนดค่าเริ่มต้นให้คุณหมดครับ เมื่อผ่านไประยะหนึ่งแล้ว คุณถึงจะขอเปลี่ยนขนส่งได้ผ่านกรอกแบบฟอร์ม (ตั๋ว - Ticket)ดูคลิปวิธีการเปลี่ยนขนส่งผ่านแอพ Tiktok Seller บนมือถือ

  2. การจัดส่งแบบ SOF คือ ผู้ขายดำเนินการส่งเองกับบริษัทขนส่ง เช่น รถขนส่งเย็นสำหรับอาหารสด, รถขนส่งพร้อมช่างติดตั้งสำหรับแอร์ ฯลฯ ซึ่งผู้ขายที่มีสินค้าเข้าเกณฑ์เท่านั้น ถึงจะขอใช้การจัดส่งแบบ SOF ได้ อ่านเงื่อนไข SOF เพิ่มเติม

การจัดส่งแบบมาตรฐานจะใช้ที่อยู่ของคลังสินค้า เป็นตัวกำหนดว่า คณจะได้รับขนส่งบริษัทไหน และสาขาที่คุณไปส่งพัสดุเองได้มีที่ไหนบ้าง หรือ บริษัทฯ ที่สามารถเข้ามารับพัสดุของคุณได้จะเป็นบริษัทอะไร ถ้าสินค้าในร้าน Tiktok ของคุณ ถูกเก็บไว้ที่คลังสินค้าต่างสถานที่กัน เช่น กาแฟอยู่กับแฟนที่กรุงเทพ แต่อาหารแมวอยู่กับเพื่อนที่เชียงใหม่ คุณสามารถขอเปิดใช้งานคลังสินค้าหลายแห่งได้ เพื่อเจาะจงให้การขนส่งสอดคล้องกับพื้นที่ของคลังสินค้า อ่านขั้นตอนการขอเปิด MWH


ประกาศอัตราค่าขนส่ง (ต้องอ่าน)
การขอคืนค่าส่งที่คิดเกินจริง



วิธีจัดการเมื่อได้รับคำสั่งซื้อ

ภาพรวมการจัดการคำสั่งซื้อทั้งหมด 1 (ต้องอ่าน)
ภาพรวมการจัดการคำสั่งซื้อทั้งหมด 2 (ต้องอ่าน)
เนื้อหาเจาะจงเฉพาะขั้นตอนการจัดส่ง (ต้องอ่าน)


กรณีผู้ซื้อคนเดียว แต่สั่งมา 5 ออเดอร์พร้อมกัน คุณสามารถรวมออเดอร์ได้ เพื่อประหยัดค่าส่ง อ่านวิธีการรวมหลายออเดอร์

กรณีในออเดอร์นั้น มีสินค้าบางรายการไม่พร้อมส่ง คุณสามารถแยกส่งได้เฉพาะสินค้าที่มี แล้วค่อยส่งที่เหลือตามได้ อ่านวิธีการแยกออเดอร์

เครื่องมือช่วยเช็คว่า มีคำสั่งซื้อไหนที่ยังไม่ได้ส่งบ้าง สำหรับคนขายดีมาก ๆ มีคำสั่งซื้อที่ต้องส่งวันละหลายร้อยรายการ อ่านวิธีการใช้งานเครืองมือบนแอพ Tiktok Seller



วิธีการแพ็คสินค้าที่ดีสำหรับร้านค้าบน Tiktok

Tiktok ไม่ได้กำหนดตายตัวเรื่องการแพคสินค้า แต่ผมสังเกตว่า ถ้าเราแพคสินค้าไม่ตรงตามข้อกำหนดที่แสดงในหน้านี้ แล้วเกิดความเสียหายกับสินค้า เราจะไม่ชนะในการเปิดข้อพิพาทครับ การแพคสินค้าที่ Tiktok แนะนำเพื่อผลประโชน์ของผู้ขาย



ขั้นตอนการดำเนินการเมื่อลูกค้าขอคืนสินค้า

Tiktok มีข้อกำหนดให้ลูกค้าคืนสินค้าได้หลายข้อกำหนดมาก ๆ คุณต้องศึกษาเรื่องนี้อย่างละเอียด เพื่อรับมือกับลูกค้าจำพวกมิจฉาชีพที่หวังจะให้คุณคืนเงิน โดยไม่ต้องคืนสินค้า เพราะคุณจะถูกกำหนดด้วยเงื่อนไข 3 อย่าง คือ แสดงเหตุผลการยกเลิก, ต้องยกเลิกภายในช่วงเวลาที่กำหนด, แสดงหลักฐานในการขอยกเลิก อ่านข้อกำหนด และ วิธีการปฏิเสธคำสั่งซื้อ



ภาพรวมการเงิน

Tiktok จะเป็นผู้เก็บเงินค่าสินค้าของคุณไว้เสมอ คุณไม่มีโอกาสได้รับเงินจากลูกค้าโดยตรง หลังจากที่คุณจัดส่งสินค้าแล้ว คุณต้องรอ 8 วัน Tiktok จึงจะสรุปค่าใช้จ่ายแล้วนำยอดเงินใส่ในระบบ รอให้คุณมากดถอนเงิน

การจ่ายเงิน tiktok shop 1 ภาพจาก tiktok

แต่ถ้าคุณได้รับคะแนนผู้ขายตรงตามเงื่อนไข คุณจะได้รับเงินเร็วมากภายใน 3 วันครับ คลิกที่นี่เพื่ออ่านเงื่อนไขการได้รับเงินเร็วเพิ่มเติม
การจ่ายเงิน tiktok shop 2 ภาพจาก tiktok

ถอนเงินออกจากระบบได้ 2 แบบดังนี้
  1. กดถอนด้วยตัวเอง 1 ครั้งทุก 24 ชั่วโมง
  2. ตั้งถอนอัตโนมัติทุกวันพุธ ยังคงกดถอนวันละ 1 ครั้งได้เหมือนเดิม
คลิกที่นี่เพื่ออ่านเงื่อนไขการถอนเงินเพิ่มเติม

ค่าคอมมิชชันและค่าธรรมเนียม ที่ Tiktok จะเรียกเก็บจากคุณมี 3 ประเภท
  1. ค่าคอมมิชชั่น 4%
  2. ค่าธรรมเนียม 3% (คิดขั้นต่ำ 12 บาท)
  3. ค่าธรรมเนียมกรณีออเดอร์มียอดน้อยกว่า 200 บาท
คิดง่าย ๆ Tiktok เรียกเก็บค่าธรรมเนียมข้อที่ 1 และ 2 จากคุณ รวมกันที่อัตรา 7% โดยประมาณจากสินค้าทุกชิ้นที่คุณขายได้ ส่วนค่าธรรมเนียมข้อที่ 3 ถ้ายอดค่าสินค้าออเดอร์นั้นต่ำว่า 200 บาท ถึงจะเรียกเก็บจากคุณครับ
คลิกที่นี่เพื่ออ่านเพิ่มเติม

การตรวจสอบรายงานทางการเงิน
คลิกที่นี่เพื่ออ่านเพิ่มเติม



ทำอย่างไรเมื่อพบปัญหาทางการเงิน ?

มีช่องทางติดต่อแค่ทางออนไลน์เท่านั้น วิธีที่นิยม คือ แชทกับเจ้าหน้าที่ และ ถ้าแชทไม่ได้ ก็จะเปิดตั๋วคำถาม (กรอกแบบฟอร์ม) หรือ ถ้าใจร้อนก็ตั้งโพสต์ในกลุ่มเฟสบุคครับ

สำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์
คลิกที่นี่เพื่อไปหน้าศูนย์ช่วยเหลือ Tiktok เลื่อนลงไปคลิกปุ่มด้านล่าง 'ติดต่อทีมบริการลูกค้า' เจ้าหน้าที่ทำงานเวลา 11.00 - 19.00 น. นะครับ

สำหรับผู้ใช้แอพ Tiktok Seller
คลิปจากช่อง Youtube : RealSmart Academy

ถ้าไม่มีใครตอบคำถามคุณ หรือ นอกเวลาทำการ คุณยังเหลืออีก 5 วิธี
  1. คลิกที่นี่เพื่อไปศูนย์ช่วยเหลือและค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง
  2. คลิกที่นี่เพื่อติดต่อผ่านตั๋ว (แบบฟอร์มนั่นแหละ)
  3. คลิกที่นี่เพื่อปรึกษาในกลุ่มเฟสบุคทางการ (ซึ่งมักจะได้คำตอบจากสมาชิกด้วยกัน ไม่ใช่เจ้าหน้าที่มาตอบ)
  4. คลิกที่นี่เพื่อปรึกษาในกลุ่มเฟสบุค 1 (ซึ่งมักจะได้คำตอบจากสมาชิกด้วยกัน ไม่ใช่เจ้าหน้าที่มาตอบ)
  5. คลิกที่นี่เพื่อปรึกษาในกลุ่มเฟสบุค 2 (ซึ่งมักจะได้คำตอบจากสมาชิกด้วยกัน ไม่ใช่เจ้าหน้าที่มาตอบ)
4

ตกแต่งหน้าร้าน

เป็นส่วนสำคัญในการทำให้สินค้าขายดี เพราะจะแสดงสินค้าในแบบหน้าร้านเต็มรูปแบบเหมือน Shopee แต่ความซับซ้อนของนาง Tiktok คือ การจะใช้ฟังก์ชันตกแต่งหน้าร้านได้ เราต้องเชื่อมบัญชี Tiktok เข้ากับบัญชี Tiktok Shop เพื่อให้บัญชี Tiktok นั้นมีหน้าที่เป็น Tiktok Shop Official Account ให้ได้ก่อน

ให้คุณ คลิกที่นี่เพื่อเช็คว่าคุณมี Tiktok Shop Official Account แล้วหรือยัง ถ้าคุณยังไม่มี หน้าจอจะแสดงผลเหมือนรูปด้านล่าง

tiktok 4 ภาพประกอบ : ถ้าคุณไม่เชื่อมบัญชี Tiktok เข้ากับ บัญชี Tiktok Shop คุณจะขายของไม่ได้



การเชื่อมโยงบัญชี Tiktok กับ Tiktok Shop

เชื่อมโยงบัญชีได้แค่ 3 ครั้ง ดังนั้นคิดชื่อบัญชี Tiktok ให้ดี เพราะชื่อของบัญชี Tiktok จะถูกนำไปตั้งเป็นชื่อร้านทันที (และชื่อร้านใน Tiktok Shop ที่เคยตั้งจะหายไป) เมื่อเชื่อมโยงแล้วสินค้าทั้งหมดจะถูกแสดงโดยอัตโนมัติเสมอไปยังบัญชี Tiktok นั้น ๆ

คลิปจากช่อง Youtube : Asavasin



การตกแต่งร้านค้า

คลิกที่นี่เพื่ออ่านคู่มือการตกแต่งร้านค้า หรือ ดูคลิปด้านล่าง

คลิปจากช่อง Youtube : SiblingTH



5

เข้าร่วมแคมเปญ

แคมเปญ คือ การยื่นข้อเสนอของ Tiktok โดยเขาขอให้คุณขายสินค้าที่ราคาถูกกว่าเดิมเป็นช่วงเวลาหนึ่ง โดย Tiktok จะได้รับผลประโยชน์ คือ มีคนเข้ามาใช้แอพของเขามากขึ้น มีการซื้อมากขึ้น ยิ่งซื้อมาก Tiktok ก็จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายจากคุณได้มากขึ้น

แต่คุณเองก็ได้ผลประโยชน์เช่นกันจากการได้ขายสินค้า ได้เป็นที่รู้จักมีผู้ติดตามมากขึ้น เพื่อให้คุณนำไปต่อยอดการหาเงินในอนาคตในรูปแบบต่าง ๆ ได้มากขึ้น

เรียกว่า Win-Win กันทั้งสองฝ่าย

Tiktok ลงทุนจ้างดารา พรีเซนเตอร์ตัวตึง ทำสื่อมีเดีย ซื้อพื้นที่โฆษณาในแพลตฟอร์มอื่น ๆ เรียกความสนใจในระดับประเทศให้คุณ ส่วนคุณก็ลงทุน ลดราคาให้ว้าว กำไรต่อชิ้นลดลง แต่มีโอกาสจะขายได้จำนวนมาก สต๊อกพร้อม จัดหน้าร้านให้สวยงาม ให้ประสบการณ์ที่ดีกับผู้ซื้อ แล้วก็เอา 'จำนวนยอดขาย' ไปกอด

แคมเปญมีความสำคัญมากกว่าโปรโมชัน ถ้ามีการทับซ้อนกันระหว่างแคมเปญที่คุณเข้าร่วม กับ โปรโมชันที่คุณสร้างขึ้น ระบบ Tiktok จะนำเสนอแคมเปญให้กับผู้ซื้อแทนจนกว่าจะหมดระยะเวลาของแคมเปญ

แคมเปญใหญ่ที่จัดขึ้นปีละครั้ง เช่น แคมเปญ 11.11 , 12.12 หรือ แคมเปญที่จัดขึ้นทุกเดือน เช่น แคมเปญ PayDay, แคมเปญลดราคา, แคมเปญเฉพาะหมวดหมู่

ดูวิธีการเข้าร่วมแคมเปญตามคลิป Youtube นี้ได้เลยครับ ส่วนวิธีการแก้ไข เพิ่มรายการสินค้า และ เงื่อนไขพื้นฐานของแคมเปญ คุณจำเป็นต้องอ่านเพิ่มเติม คลิกที่นี่เพื่ออ่านเพิ่มเติม



คลิปจากช่อง : RealSmart Academy



เข้าร่วมแคมเปญให้บ่อยเท่ากับเพิ่มจำนวนการมองเห็นสินค้าของคุณ (แต่จะขายได้ ขายดีไหม ไม่เกี่ยวกันนะ)

คุณเป็นที่รักของ Tiktok แน่นอน ถ้าคุณพยายามเข้าร่วมทุกแคมเปญและได้รับการอนุมัติทุกครั้ง (การอนุมัติ ก็ย่อมมีเกณฑ์พิจารณาจากคะแนนประเมินต่าง ๆ ของคุณดีไปหมด คือ สินค้าของคุณดี , พฤติกรรมการขายสินค้าของคุณดี , ยอดขายของคุณดี , ประสบการณ์ของผู้ซื้อกับคุณดี)

การเป็นที่รักของ Tiktok ได้ คุณก็จะมีโอกาสในชีวิตเพิ่มเติมจาก Tiktok ดังนี้
  1. ยอดขายของคุณจะมากขึ้นไปอีกเรื่อย ๆ เรียกว่า หลักล้านนี่อยู่ใกล้แค่เอื้อมมือไปหยิบเลย

  2. จะมีฝ่ายดูแลของ Tiktok ติดต่อเข้ามาดูแลร้านค้าของคุณร่วมด้วย พร้อมกับให้สิทธิ์พิเศษที่เหนือกว่าร้านค้าทั่วไป เช่น เครื่องมือ หรือ ข้อมูลเฉพาะ เพื่อช่วยให้คุณขายดีมากขึ้นไปอีก

  3. คุณอาจได้เป็น Tiktok Influencer ถ้าคุณมีพรสวรรค์ในการทำ Content ด้วย และ แน่นอนมีรายได้เพิ่ม มีการอัพเกรดช่องของคุณ



ตัวอย่างร้านค้าที่เข้าร่วมแคมเปญที่ประสบความสำเร็จ

6

การสร้างโปรโมชันสินค้า

โปรโมชันมีความสำคัญต่ำกว่าแคมเปญ หากเงื่อนไขแคมเปญกับโปรโมชันมาชนกัน จะเลือกใช้เงื่อนไขแคมเปญแทน

โปรโมชันมีทั้งหมด 7 อย่าง คือ คูปองลูกค้าใหม่, คูปองส่วนลดร้านค้า, ส่วนลดสินค้า, ส่วนลดค่าส่ง, แฟลชดีล, ยิ่งซื้อ ยิ่งคุ้ม, Bundle Deal, ของแถมฟรี ทั้งนี้ ไม่ใช่ทุกคนที่จะใช้ฟังก์ชันทั้ง 7 อย่างได้ เพราะ Tiktok Shop จะสงวนบางฟังก์ชันให้กับร้านค้าที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ และบางฟังก์ชันใช้งานได้เฉพาะบนคอมพิวเตอร์เท่านั้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่คุณต้องมีคอมพิวเตอร์ ถ้าต้องการใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ที่มากกว่า

ทุกการจัดโปรโมชัน ส่วนลดที่คุณให้กับผู้ซื้อทุกบาทนั้น เกือบ 99% คุณ คือ ผู้รับผิดชอบเอง ต้องศึกษาการจัดโปรโมชันให้ดี แม้ว่า Tiktok จะบอกว่า มีการสนับสนุนให้ แต่มันจะมีรายละเอียดยิบย่อยมากจนที่สุดแล้ว คุณก็คือผู้จ่ายเงินเองเกือบทั้งหมด คุณต้องวางแผนการออกโปรโมชันให้รอบคอบ ลดเยอะ ๆ ขาดทุนได้

เทคนิคที่แนะนำ คือ คุณต้องสร้างบัญชี Tiktok เป็นบัญชีที่ 4 ด้วยการใช้ email ที่ไม่ซ้ำกับ 3 บัญชีแรก และ ต้องใช้บนมือถือเครื่องอื่นเท่านั้น เพื่อเข้ามากดสั่งซื้อสินค้าของร้านตัวเอง (แต่อย่าซื้อจริง แค่ไปถึงขั้นตอนการตรวจสอบก่อนการสั่งซื้อ) เพื่อให้เห็นการทำงานของส่วนลดที่คุณออก เก็บบัญชีที่ 4 นี้ไว้ เพื่อใช้จำลองการทำงานของระบบโปรโมชัน

คลิกเพื่ออ่านรายละเอียดการสร้างโปรโมชันทั้งหมด



1. คูปองลูกค้าใหม่ของร้าน

tiktok ส่วนลดลูกค้าใหม่
  1. คูปองลูกค้าใหม่ จะใช้ร่วมกับ คูปองประเภทอื่น ๆ พร้อมกันไม่ได้ แต่ใช้ร่วมกันกับส่วนลดสินค้า, แฟลชดีล, ส่วนลดค่าส่ง และ อื่น ๆ ได้หมด

  2. ผู้ซื้อกดรับคูปองลูกค้าใหม่ได้ตลอดเวลา ตราบเท่าที่ผู้ซื้อรายนั้นไม่เคยซื้อสินค้าจากร้านของคุณเลย แม้ว่าผู้ซื้อนั้นจะเคยกดรับคูปองมาก่อนหน้ากี่ครั้งแล้วก็ตาม

  3. สำหรับคูปองลูกค้าใหม่ที่ Tiktok ออกค่าใช้จ่ายให้ ถ้าผู้ซื้อนั้นไม่ได้เอามาใช้กับร้านของคุณ ผู้ซื้อคนนั้นก็กดรับคูปองลูกค้าใหม่ที่คุณเป็นคนออกให้ได้เสมอ เพียงแต่ผู้ซื้อจะใช้คูปองที่ Tiktok ออกให้ กับ คูปองที่คุณออกให้ ร่วมกันเพื่อเบิ้ลส่วนลดไม่ได้

  4. คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม





2. คูปองส่วนลดร้านค้า

  1. คูปองส่วนลดร้านค้าจะใช้ร่วมกับ คูปองประเภทอื่น ๆ พร้อมกันไม่ได้ แต่ใช้ร่วมกันกับส่วนลดสินค้า, แฟลชดีล, ส่วนลดค่าส่ง และ อื่น ๆ ได้หมด

  2. คูปองส่วนลดร้านค้า มี 2 ประเภท คือ ส่วนลดที่แสดงในหน้าร้านค้า กับ ส่วนลดที่แสดงเฉพาะตอน Live

  3. คูปองส่วนลดร้านค้าประเภท Live มีเงื่อนไขว่า คุณต้องกำหนดภารกิจ (กิจกรรมที่กำหนดให้ผู้ซื้อทำอะไรสักอย่าง เพื่อได้รับคูปองจากคุณ) ใน 3 อย่างนี้ คือ ดู Live, ติดตามร้าน, ไม่มีภารกิจ (กดเอาคูปองได้เลย)

  4. คุณจะแจกคูปองส่วนลดร้านค้าตอน Live แบบกำหนดภารกิจได้ ก็ต่อเมื่อบัญชีที่คุณใช้ Live นั้น เป็นบัญชีที่สมัคร Tiktok Shop หรือ เป็นบัญชีการตลาดที่ผูกไว้กับ Tiktok shop

  5. ป้องกันการขาดทุน
  6. เพื่อป้องกันการขาดทุน Tiktok Shop แนะนำให้กำหนดยอดขั้นต่ำในการสั่งซื้อ โดยตั้งยอดขั้นต่ำในการสั่งซื้อให้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของคำสั่งซื้อ

    เช่น ค่าเฉลี่ยคำสั่งซื้อ คือ 250 บาท คุณต้องตั้งยอดซื้อขั้นต่ำไว้ที่ 350 บาท

    ค่าเฉลี่ยคำสั่งซื้อ คือ ยอดขายทั้งหมดใน 3 เดือนที่ผ่านมา หารด้วย จำนวนคำสั่งซื้อ เช่น ยอดขายใน 3 เดือน คือ 30,000 บาท มี 300 คำสั่งซื้อ ค่าเฉลี่ยคำสั่งซื้อ คือ 100 บาท

  7. คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม





3. ส่วนลดสินค้า

tiktok ส่วนลดสินค้า
  1. ส่วนลดสินค้าเป็นโปรโมชันพื้นฐานที่คุณจะต้องทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการเพิ่มการมองเห็น

  2. ส่วนลดสินค้ามี 2 แบบ คือ ลดเป็นเปอร์เซ็นต์ กับ ลดเป็นจำนวนบาท

  3. ส่วนลดสินค้า ใช้ยิงแอดได้ เพื่อเพิ่มการมองเห็นของสินค้า

  4. ฟังก์ชันการแก้ไขส่วนลดสินค้าทีละจำนวนมาก ๆ และ เครื่องมือวิเคราะห์การใช้ส่วนลดสินค้า ต้องใช้บนคอมพิวเตอร์เท่านั้น

  5. คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม





4. ส่วนลดค่าส่ง

tiktok ส่วนลดค่าส่งสินค้า
  1. ส่วนลดค่าส่งสินค้าเป็นโปรโมชันพื้นฐานที่คุณจะต้องทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการเพิ่มการมองเห็น เพราะป้ายส่งฟรี จะกำกับในหลายหน้าบนแอพ Tiktok

  2. คุณจะเปิดใช้งานส่วนลดค่าส่งได้ ก็ต่อเมื่อยอดรายได้ที่ Tiktok รอให้คุณกดถอนเงินไม่ติดลบ และ ร้านค้าผ่านช่วงทดลองงานแล้ว คลิกที่นี่เพื่ออ่านเงื่อนไขร้านค้าช่วงทดลองงานมีอะไรบ้าง

  3. ส่วนลดค่าส่งสินค้ามี 2 แบบ คือ ส่งฟรี กับ ลดบางส่วน

  4. โดยส่วนลด 2 แบบ สามารถนำมาตั้งเงื่อนไขผสมลงไปได้ คือ ไม่มีเงื่อนไข, ยอดซื้อขั้นต่ำ, จำนวนสินค้าขั้นต่ำ

    1. ส่งฟรี ถ้ายอดซื้อมากกว่า 99 บาท
    2. ส่งฟรี ถ้าซื้อ 3 ชิ้นขึ้นไป
    3. ลดค่าส่ง 30 บาท ถ้ายอดซื้อมากกว่า 49 บาท
    4. ลดค่าส่ง 50 บาท ถ้าซื้อ 3 ชิ้นขึ้นไป

  5. ทดสอบให้ดีว่า ราคาสินค้าหลังหักส่วนลดค่าส่งแล้ว ไม่ติดลบนะ เช่น สินค้า 49 บาท แต่ส่วนลดค่าส่ง 50 บาท คุณจะติดลบทันที ที่ต้องระวังสุด ๆ คือ ถ้าคุณเผลอตั้งส่วนลดไว้ แล้วก็ยังสร้างแฟลชดีลไว้ด้วย
    1. สินค้าราคาขาย 99 บาท คุณตั้งส่วนลดสินค้าเหลือ 79 บาท ส่วนลดค่าส่ง 50 บาท คุณคิดว่าคุณได้กำไร 17 บาท (หักค่าธรรมเนียมขาย 12 บาทแล้ว)

    2. แต่เพราะคุณเผลอเปิดแฟลชดีลไว้ที่ราคา 49 บาท ระบบจะให้ความสำคัญกับแฟลชดีลมาก่อน มันจะเอาแฟลชดีลมาใช้แทนส่วนลด ก็จะกลายเป็นว่า ราคาสินค้าเหลือ 49 บาท ส่วนลดค่าส่ง 50 บาท คุณติดลบทันที

  6. อีกเรื่อง คือ ถ้าคุณมี SKU (SKU คือ ตัวเลือกของรายการสินค้าที่เป็นตัวบอกความต่างกัน เช่น สี,ขนาด,ไซส์) หลายตัวใน SPU (SPU คือ รายการสินค้านั่นแหละ)แต่คุณตั้งราคาขายเดียวกันหมด โดยอาศัยหลักการขายที่เรียกว่า ทุนของแต่ละ SKU มันมาไม่เท่ากัน แต่ก็ให้กำไรมันกลั้วกันไป คุณต้องระวัง !! การขาดทุน
    1. รองเท้าฟองน้ำ มี 4 SKU คือ สีดำ,สีแดง,สีขาว,สีเหลือง แต่ทุนสีดำ คือ 29 บาท ที่เหลือ 19 บาท

    2. คุณตั้งราคาขายทุกสี 99 บาทเท่ากันหมด ตั้งส่วนลดไว้ 20 บาท หน้าแอพจะเป็นราคา 79 บาท และ ตั้งส่วนลดค่าส่งไว้ที่ 50 บาท

    3. ผู้ซื้อสั่งสีดำ ก็จะเห็นเป็นราคา 79 บาท ส่วนลดค่าส่ง 50 บาท คุณขาดทุนทันที เพราะ 29 บาทที่เหลือต้องถูกหัก 12 บาทค่าธรรมเนียมการขาย คุณเหลือเงิน 17 บาท

  7. คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม





5. แฟลชดีล

tiktok ส่วนลดแฟลชดีล
  1. แฟลชดีล กับ ส่วนลดสินค้า คือ สิ่งเดียวกัน ต่างกันแค่แฟลชดีลจะมีระยะเวลาสิ้นสุดการได้รับราคาพิเศษนั้น เป็นโปรโมชันพื้นฐานที่คุณจะต้องทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดอีกอันในการเพิ่มการมองเห็น

  2. แฟลชดีลมี 2 แบบ คือ ลดเป็นเปอร์เซ็นต์ กับ ลดเป็นจำนวนบาท

  3. แฟลชดีลใช้ได้ผลดีตอนที่ Live

  4. แฟลชดีลเหมาะกับสินค้าใกล้หมดอายุ เพื่อล้างสต๊อก, สินค้าใหม่ที่ต้องการเปิดตลาด , สินค้าในกระแสที่คุณต้องการแย่งซีนในตลาด เพื่อเพิ่มยอดผู้ติดตาม (กำไรไม่สน ต้องการให้คนดูเยอะ ๆ เพื่อเปิดการมองเห็น)

  5. แฟลชดีลมีการกำหนด 'ส่วนลดขั้นต่ำ' ดังนั้น คุณจะกำหนดส่วนลดขั้นต่ำของแฟลชดีลตามใจไม่ได้นะครับ โดย 'อัตราขั้นต่ำ' จะมาจากการที่ระบบจะคำนวณย้อนหลังไป 30 วันว่า ราคาที่ต่ำที่สุดของสินค้าตัวนั้นที่คุณได้ขายให้กับลูกค้าของคุณ คือ ราคาไหน มันก็จะเอาราคานั้นแหละ มาบังคับคุณว่า คุณต้องลดขั้นต่ำเท่านี้ ถ้าไม่โอเค ก็เข้าร่วมแฟลชดีลไม่ได้

  6. ส่วนอัตราสูงสุด คือ 100% ว่าง่าย ๆ ให้ฟรีนั่นแหละ แต่ค่าส่งผู้ซื้ออาจต้องจ่ายเอง

  7. ฟังก์ชันการแก้ไขส่วนลดสินค้าทีละจำนวนมาก ๆ และ เครื่องมือวิเคราะห์การใช้ส่วนลดสินค้า ต้องใช้บนคอมพิวเตอร์เท่านั้น

  8. ถ้ามีการทับซ้อนกันระหว่าง แคมเปญส่วนลดสินค้า กับ โปรโมชันแฟลชดีล ระบบจะเอาแคมเปญส่วนลดสินค้ามาให้ผู้ซื้อมองเห็นแทน (ต้องไปวางแผนดีดี แคมเปญผิด ชีวิตขาดทุนได้ อย่าลืม !! แคมเปญมีความสำคัญสูงกว่าโปรโมชัน)

  9. ถ้ามีการทับซ้อนกันระหว่าง โปรโมชันส่วนลดสินค้า กับ โปรโมชันแฟลชดีล ระบบจะเอาโปรโมชันแฟลชดีลมาให้ผู้ซื้อมองเห็นแทน

  10. คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม





6. ยิ่งซื้อ ยิ่งคุ้ม ไม่ชัวร์ในรายละเอียด อย่าเปิดใช้ เจ๊งได้

  1. เป็นการให้ส่วนลดสินค้า ด้วยเงื่อนไขว่า ถ้าซื้อสินค้าตามจำนวนก็จะได้ลดเพิ่ม ซื้อมาก ได้ลดมาก

  2. คุณจะสร้างข้อเสนอได้ ก็ต่อเมื่อ ยอดเงินรายได้ใน Tiktok ที่รอคุณกดถอนเงินนั้น ไม่ติดลบ

  3. ข้อเสนอการซื้อสินค้าทำได้แค่ กำหนดจำนวนสินค้าขั้นต่ำที่ต้องซื้อ ไม่สามารถเสนอด้วยยอดรวมค่าสินค้าได้

  4. ส่วนลดเสนอได้แค่รูปแบบเดียว คือ การมอบเป็นเปอร์เซ็นต์ ระบบไม่รองรับการมอบเป็นจำนวนเงินตายตัว

  5. คุณสร้างข้อเสนอได้ 2 ระดับเท่านั้น เช่น ระดับที่หนึ่ง เสนอให้ซื้อขั้นต่ำ 2 ชิ้นได้ส่วนลด 5% , ระดับที่สอง เสนอให้ซื้อขั้นต่ำ 4 ชิ้นได้ส่วนลด 10%

  6. มีฟังก์ชันเรื่องจำนวนครั้งของการใช้ส่วนลด 2 แบบ คือ ไม่จำกัด กับ จำกัด

    1. ไม่จำกัด คือ ผู้ซื้อสามารถซื้อซ้ำ ๆ ได้จนกว่าจะหมดระยะเวลาโปรโมชัน

    2. จำกัด คือ ผู้ซื้อสามารถใช้สิทธิ์ได้แค่ครั้งเดียวตลอดอายุโปรโมชัน (และเมื่อคุณสร้างโปรโมชันใหม่ ผู้ซื้อก็กลับมาใช้สิทธิ์นี้ได้)

  7. มีฟังก์ชันป้องกันการขาดทุน ด้วยการจำกัดงบประมาณ

    1. ถ้าคุณไม่จำกัดงบประมาณ ผู้ซื้อจะกดซื้อซ้ำ ๆ ได้ จนกว่าจะสิ้นสุดโปรโมชัน และมันจะเกิดปรากฏการณ์ซื้อซ้ำ กระหน่ำ ซัมเมอร์เจ๊งแน่ ๆ

    2. ถ้าคุณจำกัดงบประมาณ ระบบจะสะสมยอดขายไว้ให้เสมอ จนถ้ามันสะสมไปถึงยอดที่คุณกำหนดไว้ มันจะปิดโปรโมชันไปเองเลย แม้ว่า ระยะเวลาโปรโมชันยังไม่สิ้นสุดก็ตาม โดยกำหนดงบประมาณได้สูงสุด 1 พันล้านบาท (ใครจะบ้าไปใช้)

  8. คุณสร้างโปรโมชันได้สูงสุด แค่ 10 โปรโมชัน และ เอาสินค้ามาเข้าร่วมได้สูงสุด 1,000 รายการ

  9. อ่าน ๆ มาถึงตรงนี้จะบอกว่า เป็นโปรโมชันอันตราย !! ถ้าคุณไม่เข้าใจ หรือ ใช้ไม่เป็น หายนะได้ แต่ถ้าคุณเลือกจะใช้ ก็มีข้อแนะนำดังนี้

    1. อย่าสร้างโปรโมชันเยอะ เพราะถ้าเงื่อนไขโปรโมชันมันต่างกัน ผู้ซื้อจะใช้โปรโมชันซ้ำซ้อนกันได้ทันที

    2. อย่ากำหนดส่วนลดเปอร์เซ็นต์ระดับที่ 2 ไว้เยอะ เช่น ลดถึง 30% เพราะถ้าคนซื้อ คิดว่า เขาซื้อแล้วสต๊อกไว้ มันคุ้มสุด ๆ เขาจะกดสั่งจนกว่าจะเต็มข้อกำหนด (ข้อกำหนด 99 ชิ้น)

      คุณอาจได้กำไรอยู่ (หรือขาดทุนได้ เนื่องจากการบริหารสต๊อกผิดพลาด) แต่ก็นานกว่าเขาจะกลับมาซื้อ หรือ สินค้าหมดสต๊อกภายในออเดอร์เดียวได้ ทั้งที่คุณควรจะได้กำไรจากคนที่สั่งด้วยส่วนลดเปอร์เซ็นต์ระดับที่ 1 เช่นลดแค่ 10%

      มีตัวอย่างให้เห็นแล้ว คนกดซื้ออาหารแมว 60 กระป๋อง เพราะได้ส่วนลดระดับที่ 2 (ซึ่งดันไปกำหนดว่าซื้อ 55 กระป๋องขึ้นไป ลด 50% ด้วยความคิดว่า คงไม่มีใครกล้าจะกดซื้อ แต่เอาตัวเลขส่วนลดให้ตื่นตาตื่นใจ) ขาดทุนสิจ๊ะ เพราะไปตั้งส่วนลดระดับที่ 1 เพื่อหวังเอากำไร คือ มั่นใจเกินไปว่า คนน่าจะซื้อ 3 - 24 ชิ้นเพื่อหวังเอาส่วนลด 20% (ก็ทุนมา 55% ขายยังไงก็ได้กำไร 13% หลังหักค่าธรรมเนียมการขาย)

  10. ถ้าสินค้ารายการไหน คุณดึงไปเข้าเป็นโปรโมชันแฟลชดีลอยู่ คุณจะไม่สามารถเอาสินค้านั้นเข้าร่วมโปรโมชันยิ่งซื้อ ยิ่งคุ้มได้

  11. โปรโมชันของคุณจะถูกค้นหาเจอได้ง่าย เมื่อติดแทค #ยิ่งซื้อยิ่งคุ้ม

  12. คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม





7. Bundle Deal ไม่ชัวร์ในรายละเอียด อย่าเปิดใช้ เจ๊งได้

  1. มันเหมือนโปรโมชันยิ่งซื้อ ยิ่งคุ้ม คือ เป็นการให้ส่วนลดสินค้า ด้วยเงื่อนไขว่า ถ้าซื้อสินค้าตามจำนวนก็จะได้ลดเพิ่ม แต่ Buble Deal จะกำหนดสินค้าตายตัวมาเลยใน 1 ชุด (1 ชุด มีสูงสุด 3 รายการ) ในขณะที่ยิ่งซื้อ ยิ่งคุ้ม คือ ซื้อเยอะเท่าไหร่ก็ได้ ในสินค้า 1,000 รายการที่เข้าร่วม

  2. Bundle Deal มีไว้เพื่อแก้เกมส์ คนที่ไม่พร้อมจะขาดทุน กับ มีไว้เพื่อสู้กับดีลเลอร์รายใหญ่ที่เป็นเจ้าของสินค้ามาขายใน Tiktok เองว่างั้นเถอะ

    1. คุณเป็นตัวแทนจำหน่ายเซรัมยี่ห้อฟรุ้งฟริ้งได้ส่วนลดตัวแทนจำหน่ายแค่ 25% แต่เจ้าของแบรนด์ยี่ห้อฟรุ้งฟริ้งก็มาเปิดขายใน Tiktok ด้วย แล้วจัดโปรยิ่งซื้อ ยิ่งคุ้ม ซื้อ 2 ชิ้นลด 20% ซื้อ 3 ชิ้น ลด 30% แล้วคุณจะสู้เขายังไงไหวหละ

    2. คุณสู้กลับด้วย Bundle Deal ได้ จัดชุดขายเลย ใน 1 ชุดนั้น คุณมีสินค้าที่คนก็ต้องการอยู่ด้วย หายาก หรือ กำไรคุณเยอะมาก ๆ เช่น เซรัมฟรุ้งฟริ้ง + มาส์กขัดหน้าจากเกาหลี + สบู่หน้าเงายี่ห้อหายาก ขายทั้งชุดแล้วได้กำไรอยู่ที่ 10-15% ของราคาขาย

      คนที่เขาอยากซื้อเซรัมฟรุ้งฟริ้งจำนวนหนึ่ง เขาก็จะเลือกซื้อชุด Bundle Deal ของคุณแทน

  3. ใช้ Bundle Deal สำหรับสินค้าที่มีช่วงห่างกำไรสูง เช่น ครีมอาบน้ำคุณมีกำไรแค่ 5% แต่ฟองน้ำใยบวบ คุณมีกำไร 50% ช่วงห่างกำไร 45% นี้ จะป้องกันการขาดทุน เพราะว่าใน 45% นี้จะถูกนำไปจ่ายเป็นค่าธรรมเนียมให้ Tiktok หลายส่วน + ส่วนลดที่คุณต้องใช้กับ Bundle Deal + ค่าส่งที่คุณต้องรับผิดชอบ .. เมื่อเหลือมาถึงมือของคุณอาจเหลือแค่ 8-15 % เท่านั้นเอง

  4. คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม

7

ข้อดี ข้อเสียของแพลตฟอร์มสำหรับผู้ขาย

ข้อดี
  1. เป็นแพลตฟอร์มคลิปวีดีโอสั้นที่นิยมมากที่สุดในโลก และ ในไทยมีผู้ใช้มากที่สุด

  2. ในอนาคตจะขายสินค้าไปยังฐานผู้ซื้อได้ 6 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และ เวียดนาม รวมกันเกือบ 600 ล้านคน

  3. โค้ดส่วนลดที่ออกโดยผู้ขาย แสดงผลสำหรับผู้ซื้อให้ใช้งานได้ง่าย ใช้ได้จริง ทำให้เกิดการซื้อสินค้าซ้ำได้ง่ายขึ้น

  4. กระตุ้นยอดขายให้กับผู้ขาย ด้วยแคมเปญที่เหมาะสม

  5. ระบบสนับสนุนการเรียนรู้ ค่อนข้างดี และ มีการจัดกิจกรรมช่วยเหลือผู้ขายอยู่สม่ำเสมอ

  6. รอบการจ่ายเงินสั้น ทำให้คุณมีกระแสเงินสดหมุนได้คล่องตัว




ข้อเสีย
  1. เพราะมีการให้ผู้ขายสร้างส่วนลดได้เยอะ โดยหักจากกำไรของผู้ขายเอง หากสร้างส่วนลดโดยไม่รอบคอบ ผู้ขายสามารถขาดทุนได้ จนถึงเป็นหนี้ได้

  2. ระบบหลังบ้านและรายงานต่าง ๆ สำหรับผู้ขาย ใช้งานยากในหลายส่วน มีถ้อยคำที่อ่านแล้วงง มีหน้าตาที่ไม่เป็นมิตร หลายอย่างไม่สามารถแสดงผลบนมือถือได้ดี และ ยังไม่สมบูรณ์ในบางส่วน

  3. การสนับสนุนผู้ขายค่อนข้างล่าช้า ถ้ากรณีเร่งด่วนบางครั้ง (ถ้าคุณโชคร้าย) คุณอาจไม่สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้เลย

  4. ระบบหักคะแนนร้านค้าได้ง่ายจากเรื่องเล็ก ๆ น้อยที่บางครั้งผู้ขายก็ไม่รู้สาเหตุ และ ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ (การมีคะแนนน้อย ทำให้ร้านค้าของคุณถูกลดการมองเห็น)

  5. ระบบการคืนสินค้าให้กับผู้ซื้อ ยังไม่ค่อยเป็นธรรมกับผู้ขายในหลายกรณี ดังนั้นผู้ขายจะต้องจัดเตรียมทางป้องกันในขั้นตอนการขายให้รัดกุม เพื่อไม่ให้ผู้ซื้อหยิบมาอ้างได้ว่า เป็นความผิดของผู้ขาย




คุณสมบัติและสิ่งที่คุณต้องมีเพื่อใช้งานแพลตฟอร์ม

  1. มีคอมพิวเตอร์ (หรือ อย่างน้อยที่สุด คือ แทบเลตขนาด 10-12 นิ้ว) * ถ้าหากไม่มีคอมพิวเตอร์ คุณอาจพบปัญหาหลายอย่างในการใช้งานระบบหลังบ้านของ Tiktok

  2. มีเครื่องพิมพ์เพื่อพิมพ์ใบปะหน้าได้ (แนะนำเครื่องพิมพ์ปกติ เพราะคุณสามารถใช้พิมพ์ใบกำกับภาษี และ รายงานต่าง ๆ ในการขาย เพื่อใช้ตรวจสอบ)

  3. อยู่ในพื้นที่ที่มีบริษัทขนส่งที่คุณถูกกำหนดมาจากระบบอัตโนมัติของ Tiktok (สามารถขอเปลี่ยนได้)

  4. มีกระแสเงินสดสำรองในระหว่างที่รอการจ่ายเงินของ Tiktok กลับมา ถ้าคุณเป็นกลุ่ม Dropship ไม่มีการสต๊อกสินค้าไว้กับตัว ต้องสำรองเงินสดให้มากกว่าปกติ เพราะถ้าคุณเจอกรณีผู้ซื้อขอคืนเงิน คืนสินค้า หรือ มีปัญหาจากการจัดส่ง คำสั่งซื้อนั้นกว่าจะเคลียร์ยอดเงินให้คุณอาจยาวนาน 3 - 5 สัปดาห์

  5. มีสินค้าพร้อมขายทันที จะลงเล่น ๆ ไม่ได้ เพราะ Tiktok มีระบบโปรโมทให้ร้านค้าใหม่ที่ดีมาก ๆ แต่ถ้าคุณเสียคะแนนจากการไม่มีสินค้าพร้อมส่ง ร้านค้าจะถูกลดคะแนน และ มักจะดึงกลับมาได้ยาก

  6. มีเวลาในการตรวจรายงานการขาย เพราะระบบของ Tiktok ยังมีการคำนวณยอดเงินผิดพลาดหลายครั้ง เช่น หักค่าขนส่งมากกว่าที่ตกลงไว้ , หักค่าเข้าร่วมแคมเปญผิดพลาด

  7. มีความอดทน !! เพราะคุณอาจเจอปัญหาในการติดต่อเจ้าหน้าที่สนับสนุนของ Tiktok สำหรับผู้ขาย , เจอปัญหาการก่อกวนของผู้ซื้อบางคน (ที่อาจเป็นผู้ขายเหมือนกัน) ทางกล่องข้อความ , เจอปัญหาผู้ซื้อขอคืนเงิน คืนสินค้า โดยที่คุณรู้สึกว่า การตัดสินของ Tiktok คุณไม่ได้ผิดและไม่ยุติธรรม , เจอปัญหาการตัดคะแนนร้านค้าแบบที่คุณรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม , เจอการจ่ายเงินของ Tiktok ล่าช้า ฯลฯ




8

แหล่งความรู้เพิ่มเติม

หนังสือแนะนำ

ช่องความรู้ออนไลน์
  1. Tiktok : Tiktok Shop Creator
  2. Youtube : RealSmart Academy สอนการตลาดออนไลน์
  3. Youtube : สอนหาเงินออนไลน์
  4. เว็บไซต์ : RealSmart Academy สอนการตลาดออนไลน์
  5. เว็บไซต์ : ห้องข่าว Tiktok
  6. เว็บไซต์ : Tiktok University