กำลังโหลดหน้าเพจ
stars
คุณได้รับคะแนนการอ่าน 1 คะแนน
คุณมีคะแนนการอ่านทั้งหมด คะแนน
intro reward
อืม ดีมาก ๆ เล่าเรื่องการขายของบนอีเบย์มาให้อ่านกัน

อืม ดีมาก ๆ เล่าเรื่องการขายของบนอีเบย์มาให้อ่านกัน

พฤหัสบดี , 01 ม.ค. 2513
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องด้วยป้ายแทค :

แชร์ 0 แชร์ 7 แชร์ 0

แจ้งรายงานบทความ

ชวนหาเงินออนไลน์เทคนิคเพิ่มยอด

http://thaiventureblog.blogspot.com/2007/04/ebay.html

บทความโดย วิชา ศรีซาวคำ ที่ปรึกษา eBay Onramp Team ประจำประเทศไทย ผู้สอน eBay 102 เตรียมตัวสู Power Seller

ก่อนที่จะเข้ามาสู้วงการอีเบย์ผมขอย้อนไปประมาณ 2ปีกว่า ก่อนหน้านี้ผมก็เดินทางบนโลกของความเป็นจริง คือเรียนหนังสือเหมือนวัยรุ่นทั่วไป ระหว่างเรียนผมก็ได้เปิดร้านอาหารและขายของที่ถนนคนเดินวันอาทิตย์ ทำเป็นอาชีพเสริม ซึ่งถือได้ว่าเป็นรายได้ที่พอจะมีค่าขนมให้กับตัวเองได้ ก้าวแรกที่เริ่มเข้าสู้ธุรกิจอีเบย์ ผมรู้จักธุรกิจอีเบย์จากเพื่อนสนิทของผม (ชิตวีร์ วงค์ตาผา หรือ อาร์ม ที่ปรึกษา eBay Onramp Team ประจำประเทศไทย)

ซึ่งเพื่อนผมคนนี้จะใช้เวลาส่วนมากอยู่กับการท่องโลกไซเบอร์ เขาได้มาแนะนำให้ทำอีเบย์ ตอนแรกผมก็ไม่คิดว่าจะหาเงินได้จากโลกของไซเบอร์ หรือโลกของอินเตอร์เน็ตนี้ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นนอน แต่ก็เคยได้ยินเว็บไซด์นี้มาก่อนจากหนังสือโฆษณาทั่วไป แต่ผมก็ลองทำดูเผื่อจะได้เงินมากขึ้น เพราะคิดว่าไม่น่าจะอยาก และเสียหายอะไร ก็เลยลงมือทำ......ผมนำสินค้าที่ผมขายอยู่มาลองขายบนอีเบย์ สินค้าที่ขายก็คือเสื้อผ้าพื้นเมืองของเชียงใหม่ ปรากฏว่าชิ้นแรกขายได้ ผมดีใจมาก ทำให้ผมมีกำลังใจและตั้งใจในการทำอีเบย์มากขึ้น จากที่คิดจะลองทำเล่นๆเป็นรายได้เสริมผมก็ทำมาเรื่อยๆจนถึงปัจจุบัน ตอนนี้ผมได้ทำอีเบย์เป็นอาชีพหลักของผมไปเสียแล้ว ในตอนแรกที่ผมเริ่มทำผมก็นำสินค้าที่มีมาขาย หลังจากนั้นผมก็เริ่มหาสินค้าอื่นมาขายเพิ่มขึ้น โดยสังเกตจากกลุ่มลูกค้าที่มาเดินที่ถนนคนเดิน หรือตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ว่าส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวเขาจะซื้ออะไรกัน สินค้าตัวไหนขายดี ตัวไหนน่าจะขายได้ นอกจากนั้นแล้วก็มาดูในตลาดอีเบย์ประกอบด้วย ว่าเขาซื้อขายอะไรกันบ้างบนนี้ สินค้าตัวไหนที่ได้รับความนิยม หรือขายดี เขาขายกันเท่าไร แล้วก็มาดูว่าเราสามารถหาสินค้าที่เป็นที่ต้องการได้หรือไม่ เราพอจะมีศักยภาพสู้กับคู่แข่งได้ไหมไม่ว่าจะเป็นทางด้านราคา หรือคุณภาพ ดังนั้นถ้าคุณต้องการจะทำธุรกิจ คุณสามารถเริ่มจากการหาซื้อสินค้าในราคาส่งและนำมาขายต่อบนอีเบย์ แหล่งของสินค้า เราก็สามารถหาได้จาก

  • เพื่อนหรือคนในครอบครัวที่ทำธุรกิจอยู่แล้ว
  • บริษัทจัดจำหน่าย
  • ผู้ผลิต
  • ผู้นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ
  • ซื้อสินค้าที่น่าสนใจในราคาส่งจากแหล่งต่างๆเช่น เปิดท้ายขายของ ตลาดนัด สำเพ็ง
  • ซื้อสินค้าจำนวนมากในราคาขายส่งจากอีเบย์และนำมาขายต่อ

และอย่าลืมที่จะอ่านนโยบายการขายสินค้าบนอีเบย์ก่อนที่คุณจะเริ่มขาย

ขายอย่างไรให้ไม่ให้ขาดทุน
การขายของเป็นเรื่องง่ายเมื่อคุณรู้กลยุทธ์สู่ความสำเร็จ ทำตามข้อควรปฏิบัติง่ายๆเหล่านี้ที่คนขายที่ประสบความสำเร็จบนอีเบย์ใช้กันและคอยดูยอดขายของคุณเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
การค้นคว้าหาข้อมูล คุณสามารถค้นหาของที่จบการขายไปแล้วได้สามวิธี:1.เลือก Completed Listings ในการค้นหา2.หน้ารวมรายการสินค้าที่จบการขายไปแล้ว3.สินค้าที่จบการขายไปแล้วใน advanced search
ก่อนที่จะขายของบนอีเบย์คุณควรจะค้นหาข้อมูลสินค้าที่คล้ายๆกับของที่คุณจะขายและขายได้แล้ว คุณจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากมายเกี่ยวกับการตั้งราคา การเลือกใช้คุณลักษณะต่างๆ และคำพูดที่ควรใช้เพื่อดึงดูดคนซื้อ เปรียบเทียบสินค้าของคุณกับของที่ขายไปแล้วโดยดูจากรายการที่ปิดการขายไปแล้ว รายการที่ปิดการขายไปแล้วจะบอกคุณว่าอะไรขายได้บ้างที่ราคาเท่าไร ช่วยให้คุณตั้งราคาขายของคุณ นอกจากนี้ยังบอกอีกว่าคนขายแต่ละคนคิดค่าส่งเท่าไร เมื่อคุณพร้อมที่จะขายแล้ว เพียงแค่คลิกที่ลิงค์ ?List an item like this? เพื่อเริ่มขายสินค้าของคุณที่คล้ายๆกับรายการนั้น

การตั้งราคา

  1. เริ่มด้วยราคาที่ต่ำ
  2. การตั้งราคาขั้นต่ำ (Reserve price)

รูปแบบการขาย
คนซื้อจำนวนมากสนุกและตื่นเต้นกับการซื้อสินค้าแบบการประมูล หลายคนชอบที่จะซื้อทันที (Buy It Now) ถ้าคุณขายของอยู่รูปแบบเดียวคุณก็จะเข้าไม่ถึงคนซื้อทั้งหมดบนอีเบย์ นอกจากนี้รูปแบบการขายบางอย่างทำให้สินค้าขายได้ดีกว่าอีกอย่างขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้มันอย่างไร

  1. สินค้าที่คุณต้องการจะขายเป็นสินค้าทั่วไปหรือเปล่า ลองขายด้วยราคาตายตัว (Fixed Price) หลังจากที่คุณได้ลองหาดูแล้วว่าสินค้าของคุณขายกันอยู่ที่ราคาเท่าไรในท้องตลาด การขายแบบราคาตายตัวนี้ทำให้คุณขายสินค้าได้ทันทีในราคาที่คุณอยากได้และในจำนวนที่คุณอยากจะขาย
  2. คุณต้องการให้คนซื้อเลือกว่าต้องการจะซื้อแบบไหนหรือไม่ ขายแบบการประมูลและตั้งให้คนเลือกซื้อได้เลยถ้าต้องการ (Buy It Now)
  3. คุณมีของที่ไม่เหมือนใครหรือของหายากหรือเปล่า การขายแบบการประมูลจะเป็นวิธีที่ทำให้คุณได้ราคาดีที่สุดสำหรับของประเภทนี้ อย่าไปกลัวกับการลองขายด้วยรูปแบบต่างๆ คุณจะค้นพบรูปแบบที่เหมาะกับสินค้าของคุณในเวลาไม่นาน

สินค้า
เมื่อพูดถึงการซื้อของออนไลน์ใดๆก็ตามจะมีจุดๆหนึ่งที่มีผลในทางบวกหรือลบต่อการตัดสินใจซื้อและราคาที่คนซื้อยอมที่จะจ่าย จุดๆนี้อาจเป็นไปได้ตั้งแต่การทำความเข้าใจว่าของที่จะขายนี้คืออะไร การส่งของและการชำระเงิน จนไปถึงความน่าเชื่อถือของคนขาย

ชื่อสินค้า
ตัวอักษรทุกตัวในชื่อสินค้าเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้คนหาของที่คุณขายเจออย่างง่ายดาย คุณควรจะจำไว้ว่าคุณใส่ชื่อสินค้าได้ 55 ตัวอักษร ใช้ให้เป็นประโยชน์มากที่สุด ใส่คำบอกถึงหมวดหมู่สินค้าที่คุณขายเช่น ?laptop? ใส่ข้อมูลต่างๆที่บอกคุณสมบัติของสินค้าที่คุณขาย เช่นชื่อสินค้าของ laptop ก็ควรจะบอกยี่ห้อ ความเร็วและหน่วยความจำด้วย หลีกเลี่ยงการใช้คำย่อที่ไม่ใช้กันและการสะกดคำผิด คำนึงถึงคีย์เวิร์ดที่คนใช้ในการค้นหามากที่สุด คีย์เวิร์ดอื่นๆที่ได้รับความนิยมเช่น New, Free Postage และ Warranty

การบรรจุหีบห่อ
ทำตามขั้นตอนง่ายๆเหล่านี้เพื่อให้การบรรจุหีบห่อเป็นไปด้วยความราบรื่น:? ห่อของ? บรรจุกล่อง? ปิดผนึก
1. ห่อของ

แยกห่อของแต่ละชิ้นและใส่สิ่งกันกระแทกมากๆ เช่น บับเบิ้ลห่อของ เม็ดโฟม แผ่นโฟม กระดาษที่นำมาขยำเป็นก้อนๆ เม็ดโฟมและแผ่นโฟมกันกระแทกอาจจะขยับได้ระหว่างการส่ง ดังนั้นคุณควรจะใส่ลงไปให้มากจนกระทั่งคุณไม่ได้ยินเสียงสินค้ากระทบกัน

2. บรรจุกล่อง

ใช้กล่องส่งของกันกระแทกใบใหม่ เว้นให้มีที่เหลือสำหรับวัสดุกันกระแทกทุกด้าน อย่าใส่เกินน้ำหนักที่กำหนด (ส่วนมากจะพิมพ์บอกอยู่ใต้กล่อง) ถ้าคุณจะใช้กล่องใช้แล้วให้ลอกฉลากต่างๆออกเสียก่อน อย่าลืมว่าน้ำหนักที่ใส่ได้สูงสุดอาจจะลดลงไปเนื่องจากเป็นกล่องใช้แล้ว

3. ปิดผนึก

ใช้เทปที่ออกแบบมาสำหรับใช้ในการส่งของโดยเฉพาะ อย่าใช้เทปกั้นทาสี เทปใส เชือกหรือกระดาษห่อ ผู้มีประสบการณ์แนะนำให้ใช้เทปที่เป็นพลาสติกหรือเสริมด้วยไนลอนหรือเทปกาวที่ใช้น้ำทา (คุณภาพ 60 ปอนด์และกว้างอย่างน้อยสามนิ้ว)
ของบางอย่างต้องใช้การบรรจุหีบห่อเป็นพิเศษ เช่น:
ของเก่าหรืองานศิลปะ: เอากระจกออกและคลุมปิดด้วยตัวป้องกันกระจก ?glassmask? หรือ ?glass-skin? และห่อต่างหาก (อย่าใช้ตัวป้องกันกระจกแบบนี้บนกระจกแบบที่ลดแสงสะท้อนเพราะจะทำให้พื้นผิวกระจกเสียหายได้) อย่าให้ตัวงานศิลปะโดนกระดาษหรือตัวกล่อง ถ้าคุณต้องการระบุราคา อย่าลืมเก็บใบเสร็จจากคนตีราคาที่เป็นที่ยอมรับไว้เผื่อว่าคุณต้องทำเรื่องเคลมกับบริษัทจัดส่งของ


คำแนะนำสำหรับการส่งของ

 

เหรียญ แสตมป์หรือจิวเวลลี่: ควรใช้กล่องใหญ่พอสมควรเพื่อที่จะให้ของส่งได้ง่ายและประกันสินค้าตามความเหมาะสม การส่งจิวเวลลี่และอัญมณีข้ามประเทศอาจมีข้อจำกัดอยู่บ้าง คุณควรตรวจสอบกับบริษัทจัดส่งของด้วย

ของสะสม เครื่องปั้นดินเผา เครื่องแก้ว: สำหรับของที่แตกหักง่าย กล่องใส่ด้านนอกต้องใหญ่พอโดยที่ต้องมีที่เหลือในทุกด้านอย่างน้อย 3 นิ้ว ห่อของและแยกใส่กล่องแต่ละชิ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ของกระทบกัน วางของในบริเวณตรงกลางของกล่องและอยู่ห่างจากตัวกล่องทุกด้านเพื่อป้องกันความเสียหาย ถ้าของมีช่องว่างตรงกลางเช่นแจกัน ให้คุณหากระดาษใส่ลงไปเพื่อทำให้ของตัน

อุปกรณ์ถ่ายภาพ อุปกรณ์ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์: ควรจะใช้กล่องที่มาจากโรงงาน ถ้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์โผล่มาด้านนอกให้เห็น ควรจะห่อด้วยวัสดุที่ป้องกันไฟฟ้าสถิตย์ ห้ามใช้เม็ด โฟมกันกระแทก กระดาษห่อของสีน้ำตาล แผ่นโฟม ผ้าห่อของหรือการดาษหนังสือพิมพ์ อย่าลืมประกันสินค้าตามความเหมาะสม

ผ้าและวอลล์เปเปอร์: วิธีการส่งที่ดีที่สุดในการส่งสินค้าที่เป็นม้วนคือใช้กล่องกันกระแทก ถ้าคุณส่งผ้าที่เป็นม้วนโดยใช้ถุง อย่าลืมห่อและปิดเทปให้แน่นหนาเพื่อป้องกันการขาด แปะฉลากส่งของซ้ำที่ตัวแกนกลางของม้วนหรือระหว่างชั้นบนของวัสดุ

ส่งสินค้าอย่างไรให้ประหยัดค่าใช้จ่าย
การส่งของ ค่าส่งของไปต่างประเทศอาจมีราคาสูงขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างดังนี้? น้ำหนักและขนาดของพัสดุ ? วิธีการส่ง ? สถานที่ที่คุณจะไปส่งของ (จังหวัดและประเทศ) ? สถานที่ที่คุณจะส่งของไปให้ (ประเทศปลายทาง)

1. ค่าส่ง
ค่าส่งของไปต่างประเทศอาจมีราคาสูงขึ้นซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างดังนี้

  • น้ำหนักและขนาดของพัสดุ
  • วิธีการส่ง
  • สถานที่ที่คุณจะไปส่งของ (จังหวัดและประเทศ)
  • สถานที่ที่คุณจะส่งของไปให้ (ประเทศปลายทาง)

ดังนั้นราคาค่าส่งส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับ คุณส่งอะไร ไปที่ไหน และส่งแบบไหน
ค่าส่งจะสูงขึ้นถ้าคุณส่งไปยังต่างประเทศ โดยปกติคนซื้อจะเป็นคนจ่ายค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมต่างๆที่อาจจะมีเช่นค่าภาษีนำเข้า ค่าส่งสินค้าไปต่างประเทศอาจจะรวมค่าที่คนต้องไปออกของมาจากศุลกากรและไปส่งให้ที่อยู่ของลูกค้าคุณหรือไม่ก็ได้ พัสดุของคุณจะไปถึงที่อยู่ปลายทางแต่ลูกค้าของคุณอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม บริษัทส่งของบางแห่งจะให้บริการด้านศุลกากรเพื่อที่คุณจะได้รู้ก่อนว่าคุณจะต้องบอกอะไรบ้างแก่ลูกค้าคุณในเรื่องที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมและภาษีนำเข้า ลูกค้าคุณอาจจะต้องจ่ายค่าบริการเพิ่มเติมถ้าเขาอยู่ในเขตที่ห่างไกลออกไป

2. เวลาในการจัดส่งและบริการ
เวลาในการจัดส่งของระหว่างประเทศนั้นแตกต่างกันขึ้นอยู่กับประเทศต้นทางและปลายทาง ดังนั้นจะใช้เวลาเท่าไรก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณส่งของจากที่ไหนไปที่ไหนซึ่งแน่นอนว่าจะต้องใช้เวลานานกว่าการส่งของในประเทศ พิธีการศุลกากรจะทำให้การส่งของช้าลงถ้าพัสดุของคุณถูกตรวจสอบ อย่าลืมกรอกเอกสารศุลกากรให้ถูกต้องเพื่อป้องกันความล่าช้า

3. การประกันสินค้า
คุณควรจะประกันสินค้าที่ส่งไปต่างประเทศเสมอถ้าบริษัทจัดส่งไม่รับประกันให้คุณอัตโนมัติ บริษัทส่งของบางแห่งรับประกันความเสียหายให้สินค้าของคุณถึง $100 โดยอัตโนมัติ (ขึ้นอยู่กับบริษัท) ถ้าของของคุณมีมูลค่ามากกว่า $100 คุณอาจจะต้องซื้อประกันเพิ่ม หมายเหตุ: การบรรจุหีบห่อที่ถูกต้องเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ถ้าของเสียหายเนื่องมาจากการบรรจุหีบห่อที่ไม่ดี บริษัทส่งของอาจจะไม่รับผิดชอบค่าเสียหาย เวลาที่เลือกบริษัทส่งของคุณควรจะตรวจสอบว่าเขารับประกันสินค้าของคุณหรือไม่เพราะว่าของใช้ส่วนตัวเช่น คอมพิวเตอร์ จักรยาน เสื้อผ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า อาจจะไม่ได้รับความคุ้มครอง

4. ความยุ่งยากซับซ้อนของการส่งของระหว่างประเทศ
ของทุกชิ้นที่ถูกส่งออกหรือนำเข้าต้องผ่านการดำิเนินการด้านศุลกากรก่อนที่จะเข้าประเทศปลายทาง มีเอกสารบางอย่างต้องใช้ในการเดินเรื่อง กรมศุลกากรเป็นหน่วยงานรัฐบาลที่มีหน้าที่ควบคุมของที่ส่งเข้าประเทศ
ในฐานะที่เป็นคนขายบนอีเบย์ คุณจะต้องเตรียมเอกสารที่ถูกต้องเพื่อที่ของที่คุณส่งจะไม่ถูกกักอยู่ที่กรมศุลกากรอย่างไม่มีกำหนด บริษัทส่งของสามารถช่วยคุณในเรื่องเหล่านี้ได้ก่อนที่คุณจะส่งของหมายเหตุ: คนขายอาจจะต้องจ่ายค่าบริการเพิ่มเติมถ้าของถูกตีกลับเพราะว่าไม่ผ่านศุลกากรหรือของอาจจะถูกกักถ้าบริษัทส่งของของคุณไม่ไปเตรียมเรื่องกับกรมศุลกากรล่วงหน้า (บริษัทส่งของส่วนใหญ่ให้บริการส่วนนี้อยู่แล้วโดยที่คุณไม่ต้องทำอะไร)

5. บริษัทจัดส่งของในประเทศไทย
ไปรษณีย์ไทย :http://www.thailandpost.com
UPS :http://www.ups.com/content/th/en/index.jsx
FEDEX : http://fedex.com/th/
DHL :http://www.dhl.co.th/publish/th/en.high.html

หลังจากที่ได้กล่าวถึงขั้นตอนต่างๆเกี่ยวกับอีเบย์ ตั้งแต่สมัคร การขาย การจ่ายเงิน-รับเงิน รวมไปถึงวิธีการส่งของไปแล้ว เมื่อได้อ่านคงจะคิดว่าดูง่ายและไม่น่าจะมีอะไรยุ่งยาก แต่ทางเดินก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป ถ้าเราขายของได้ แล้วลูกค้าจ่ายเงินมันคงจะไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าลูกค้าซื้อของแล้วแต่ไม่จ่ายเงิน ส่งของไปแล้วลูกไม่ได้รับของ หรือถอนเงินอกกจากระบบPayPalไม่ได้ เป็นต้น เราจะแก้ไขปัญหาเล่านี้ยังไง ตอนต่อไปนี้ผมจะขอกล่าวถึงปัญหาที่กล่าวมาข้างตอน พร้อมกับแนะนำวิธีการแก้ไข ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยตรงกับผมเอง รวมทั้งของสมาชิกคนอื่นๆที่ได้เจอมา
-เมื่อลูกค้าซื้อของแต่ไม่จ่ายเงิน
ในกรณีนี้คือลูกค้าไม่ยอมจ่ายเงิน เราสามารถส่งเรื่องไปให้อีเบย์เพื่อแจ้งว่าลูกค้าไม่จ่ายเงิน และขอเงิน Final free คืนได้
-ส่งของไปแล้วลูกค้าไม่ได้รับ
ถ้าเราใช้บริการส่งของกับบริษัทขนส่ง ไปรษณีย์แบบลงทะเบียนหรือEMS จะมี Tracking Number เราก็สามารถเข้าไปตรวจสอบได้สถานะได้ และตามสินค้าได้ แต่ถ้าเราส่งไปรษณีย์แบบธรรมดาหรือใช้การส่งแบบอื่นที่ไม่มี Tracking Number เราก็ไม่สามารถตามของที่เราส่งไปได้ ในกรณีนี้เราก็ต้องทำใจอย่างเดียว เพราะไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าของติดอยู่ที่ไหนหรือหายไปไหน ดังนั้นจึงของแนะนำให้ส่งกับบริษัทที่เราสามารถตรวจสอบสถานะของสินค้าได้ ถ้าส่งกับไปรษณีย์แบบธรรมดาก็ใช้ลงทะเบียนเพิ่มเงินอีก 55 บาทแต่เราสามารถตรวจสอบได้ เพราะถ้าลูกค้าไม่ได้รับของเราก็มีหลักฐานในการส่งโชว์ให้ลูกค้าดูได้ และควรเก็บหลักฐานในการส่งไว้ด้วย เผื่อมีปัญหาต่อไป
ถอนเงินอกกจากระบบPayPalไม่ได้
เมื่อเราต้องการถอนเงินออกมาจากระบบPayPal ไม่ได้ก็มีอยู่หลายสาเหตุด้วยกัน อาจจะเป็นเพราะPayPalขอตรวจสอบที่มาของเงิน หรือลูกค้าดึงเงินคืน ทั้งสองกรณีนี้เราต้องส่งเอกสารและหลักฐานต่างๆในการซื้อขายในของชิ้นที่มีปัญหา หลักฐานการส่งของ-รับของ อีเมลที่ติดต่อกับลูกค้า รวมถึงการแสดงหลักฐานแสดงว่าเรามีตัวตนจริง(บัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต) ส่งไปยังPayPal แล้วก็รอการตรวจสอบใช้เวลาประมาณ4-5 วันทำการ เราก็จะสามารถถอนเงินออกมาได

แนะนำโซเชียลของนักเขียน
แชร์ 0 แชร์ 7 แชร์ 0
กดชอบรับ 1 คะแนน

กดชอบเป็นคนแรก
นักเขียน
นายแทม
นักเขียนสรรสาระชีวิต เป็น introvert ระดับ extreme ยกพระเจ้าให้เป็นสหายที่ดีที่สุด ใช้ชีวิตไปกับเพื่อนสนิททั้งหก คือ ตุ๊กตาหมีเทมโปโป้, ภาษาคอมพิวเตอร์อันซับซ้อน, ไดอารี่, กองหนังสือ, อัลบั๊มเพลงเศร้า และ ชอคโกแลตร้อนในถ้วยสวย ๆ


วิธีหา Traffic เพิ่มคนอ่าน Blog - ตอนที่ 2

การที่มีคนมา comment เรื่องที่เราเขียน ไม่ว่าจะเป็นการติ ชม ถามข้อสงสัย แล้วเราโ

กฏ 23 ข้อของการออกแบบเว็บไซต์ งานวิจัยที่ผมว่าเชื่อถือได้

กฎ 23 ข้อดังต่อไปนี้ เป็นการวิจัยของ 3 สถาบัน ได้แก่ The Poynter Institute, the

อะไรคือ คีย์เวิร์ดนิช (Niche, Long tail)

บทความนี้ผมจะขอย้อนกลับไปพูดในเรื่องที่เบสิคสุดๆกันบ้างนะครับ มันเป็นเรื่องที่สำ

เทคนิคเพิ่มรายได้ เทคนิค 15 Adsense Bot = Search Bot

เคยได้ยินใช่ไหมครับว่า google search bot กับ adsense bot เป็นคนล่ะตัวกัน รู้สึก

โปรโมทเว็บด้วย RSS FEED

แต่ประเด็นของบทความนี้ มิได้อยู่ที่การสร้าง RSS แต่อยู่ที่ การเอาเจ้า RSS ที่สร้

ชีวิตที่ไม่มี Google ตอนที่ 1

คิดว่าถ้าชีวิตนี้ไม่มีกูเกิ้ลจะอยู่ได้ไหม?.. ไม่เตรียมตัวไว้ก่อน วันดีคืนดีบริษั

แนวโน้มรูปแบบของเว็บไซต์

เว็บไซต์ในปี 2006 ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น โดยลักษณะทั่วไปในการออกแบบ

การยิงแอดใน Lazada ช่วยเพิ่มยอดผู้เข้าชม และ ยอดขาย เทคนิคการยิงแอดที่มีประสิทธิผล

การยิงแอดใน Lazada ช่วยเพิ่มยอดผู้เข้าชม และ ยอดขายได้ดี ถ้าคุณวางแผนการสร้างแคม

Link Popularity คืออะไร ?

Link popularity เป็นค่าที่บอกจำนวน ว่ามีกี่เว็บไซต์ หรือกี่เว็บเพจของเว็บไซต์อื่

เทคนิคเพิ่มรายได้ เทคนิค 16 Not Only Adsense Can Make Money

อันนี้ไม่ค่อยเกี่ยวกับ เทคนิค adsense เลยครับ แต่เป็นการสร้างรายได้เพิ่มจากเว็บท

เรื่องเกี่ยวข้องจากโซเชียล