กำลังโหลดหน้าเพจ
intro reward
โรคปวดเรื้อรัง อันตรายกว่าที่คุณคิด

โรคปวดเรื้อรัง อันตรายกว่าที่คุณคิด

พฤหัสบดี , 01 ม.ค. 2513
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องด้วยป้ายแทค :

แชร์ 0 แชร์ 0 แชร์ 0

แจ้งรายงานบทความ

เรื่องเล่าจากนายแทมเก็บมาจากโซเชียล

เกือบทุกคนคงต้องเคยเผชิญกับการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เช่นปวดคอ บ่า ไหล่ สะบัก หรือหลัง ถ้าอาการดังกล่าวสามารถหายได้ภายใน 2-3 วัน เมื่อพักผ่อน ทายา หรือทานยา อาการปวดดังกล่าว ก็ไม่เป็นปัญหา

แต่ถ้าอาการปวดเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีการเพิ่มความรุนแรงและความถี่ขึ้นเรื่อยๆ คุณได้มีอาการ ของ ”โรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง หรือ Myofascial Pain” แล้ว ซึ่งหากปล่อยไว้นานโดยไม่รักษาให้ถูกวิธี จะทำให้มีอาการมากขึ้น จนเกิดโรคอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น โรคปวดศีรษะเรื้อรัง โรคไมเกรน โรคความดัน โลหิตสูง อาการนอนไม่หลับ กล้ามเนื้ออ่อนแรง โครงสร้างร่างกายผิดปกติ เป็นต้น

แพทย์อายุรเวท แวร์สมิง แวหมะ แพทย์อายุรเวทประจำศูนย์รักษาไมเกรน และโรคปวดเรื้อรัง Doctor Care ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง หรือ Myofascial Pain Syndrome ว่า ปัจจุบันมีประชากรกว่าร้อยละ 30 มีปัญหาเรื่องโรคปวดเรื้อรัง โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ทำงานในสำนักงาน ที่ต้องนั่งทำงานและใช้ คอมพิวเตอร์นานๆ โดยสาเหตุที่ทำให้มีการปวดมีอาการเรื้อรัง เกิดจากการหดเกร็งสะสมของกล้ามเนื้อ จนเป็นก้อนเล็กๆ ขนาด 0.5-1 ซม. ที่เรียกว่า Trigger Point หรือจุดกดเจ็บ จำนวนมากซ่อนอยู่ในกล้ามเนื้อและเยื่อ พังพืด การเกิด Trigger Point ทำให้กล้ามเนื้อนั้นขาดเลือดและออกซิเจนเข้าไปเลี้ยง จนทำให้เกิดการอักเสบ และเกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณที่มี Trigger Point โดยการอักเสบของ Trigger Point จะส่งอาการปวดไปที่กล้ามเนื้อบริเวณจุดรวมของ Trigger Point และบริเวณใกล้เคียง

Trigger Point หรือจุดกดเจ็บการรักษาด้วยการทานยา ทายา การนวด หรือการใช้ความร้อน เพียงทำให้กล้ามเนื้อส่วนบนมีการคลายตัว แต่ไม่สามารถสลายจุด Trigger Point ได้ ดังนั้นอาการปวดเพียงดีขึ้นชั่วคราว หลังจากนั้น 2-3 วัน ก็จะกลับมาปวดอีกเนื่องจากยังมีการอักเสบของจุด Trigger Point ภายในกล้ามเนื้อและเยื่อพังพืดยังมีอยู่

อาการที่แสดงออกเด่นชัดของโรคกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง คือ
1. มีอาการปวดร้าวลึกๆ ของกล้ามเนื้อ ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย โดยอาจปวดตลอดเวลาหรือปวดเฉพาะเวลาทำงาน
2. ความรุนแรงของการปวด มีได้ตั้งแต่แค่เมื่อยล้าพอรำคาญ จนไปถึงปวดทรมานจนไม่สามารถขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ปวดได้
3. บางกรณีมีอาการชามือและขาร่วมด้วย
4. บางรายมีอาการปวดศีรษะเรื้อรัง อาการนอนไม่หลับ
5. มีอาการผิดปกติของโครงสร้างร่างกาย เช่นไหล่สูงต่ำไม่เท่ากัน หลังงอ คอตก ขาสั้นยาวไม่เท่ากัน

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรังหรือ MPS
1. ท่านั่งทำงานที่ไม่เหมาะสม
2. ลักษณะงานที่ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวต่อเนื่องนานๆ เช่นการใช้คอมพิวเตอร์
3. การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อซ้ำๆ
4. การทำงานที่มีการใช้กล้ามเนื้อท่าเดียวกันซ้ำๆ อย่างต่อเนื่อง
5. การทำงานของกล้ามเนื้อมากเกินไป ขาดการพักผ่อนที่เพียงพอ
6. การขาดดูแลและการบริหารกล้ามเนื้อ

เป็นเรื่องที่โชคดีที่ในปัจจุบัน โรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง หรือ MPS สามารถรักษาได้ โดยวิธีการรักษาที่เรียกว่า “Trigger Point Therapy” ซึ่งใช้การรักษาเพียงอาทิตย์ละครั้ง ประมาณ 4-6 ครั้ง ก็สามารถทำให้อาการปวดเรื้อรังที่รบกวนอยู่ทุกวันหายได้

การรักษาแบบ Trigger Point Therapy เป็นการรักษาเพื่อตัดวัฐจักรการปวดเรื้อรัง
1. ลดอาการปวดที่เกิดจากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ
2. รักษาที่สาเหตุของการปวดแบบเรื้อรัง โดยการสลาย Trigger Point
3. ป้องกันการกลับมาของ Trigger Point โดยการให้ความรู้ในการทำงานที่ถูกต้อง และการดูแลกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธี

การรักษาแบบ Trigger Point Therapy แบ่งการรักษาออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ
1. การสอบถามประวัติการปวด และตรวจหาจุด Trigger Point ที่ซ่อนอยู่ในกล้ามเนื้อและเยื่อพังพืด
2. การทำให้กล้ามเนื้อส่วนบนเหนือ Trigger Point ที่มีการหดเกร็ง คลายตัวลงเพื่อลดอาการปวด
3. เมื่อการเกร็งคลายลง แพทย์จะใช้การกดจุด กดไปที่จุด Trigger Point ที่อยู่ในบริเวณที่ปวดเพื่อทำให้เกิดการคลายตัว และเพื่อนำเลือดและออกซิเจนไปที่จุด Trigger Pointเพื่อลดการอักเสบ

หลังการรักษา 4-6 ครั้ง จุด Trigger Point จะคลายตัวลง เป็นกล้ามเนื้อปกติจนไม่สามารถใช้มือตรวจเจอได้ จะทำให้วัฐจักรการปวดสิ้นสุดลง

อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้โรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังกลับมาเป็นอีก ผู้ป่วยต้องดูแลและบริหารกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง และมาพบแพทย์อายุรเวทเพื่อตรวจสภาพกล้ามเนื้อปีละครั้ง ก็จะทำให้ห่างไกลจากโรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง

 

แนะนำโซเชียลของนักเขียน
แชร์ 0 แชร์ 0 แชร์ 0
กดชอบรับ 1 คะแนน

กดชอบเป็นคนแรก
นักเขียน
นายแทม
นักเขียนสรรสาระชีวิต เป็น introvert ระดับ extreme ยกพระเจ้าให้เป็นสหายที่ดีที่สุด ใช้ชีวิตไปกับเพื่อนสนิททั้งหก คือ ตุ๊กตาหมีเทมโปโป้, ภาษาคอมพิวเตอร์อันซับซ้อน, ไดอารี่, กองหนังสือ, อัลบั๊มเพลงเศร้า และ ชอคโกแลตร้อนในถ้วยสวย ๆ


ทดสอบความสามารถทางด้านภาษาของมนุษย์

สมองทำงานด้วยการจำเป็นภาพ และจดจำภาษานั้นไว้เป็นคำ ๆ แม้จะเขียนไม่ถูกต้อง แต่ถ้า

ความรักของคนเิดในแต่ละเดือน

คนเราเกิดกันคนละวันคนละเดือน แน่นอนว่าแต่ละเดือนก็ย่อมมีความแตกต่างกันโดยเฉพาะเร

งานวิจัย10 นิสัยแย่ ๆ แบบไทย พาชาติดิ่งเหวและเป็นมากกับเด็กสมัยใหม่

เรารักและพัฒนาประเทศไทยกันแต่ปาก โดยไม่ได้ลงมือทำ ดังจะเห็นได้จากการที่เกาหลีใต้

นิสัยแย่ๆของแต่ละราศี

หมอดูแม่นๆ เจ้าไหนก็ตาม เวลาทำนายบุคลิกภาพผู้คนตามราศี ก็มักจะหยิบเอาแต่ส่วนที่ด

คำว่า OK มีคำย่อมาจากอะไร

คนส่วนใหญ่ น้อยคนนักที่ไม่รู้จักคำว่า O.K. เรามักจะได้ยินคนพูดกันติดปาก ไม่ว่าจะ

พันธุ์หมาดุ :อเมริกัน พิทบูล เทอเรียร์ ร๊อดไวเลอร์

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวสะเทือนใจคนทั่วไปและคนรักสุนัขเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเกิดเ

5 เทรนด์กินดีมีสุขภาพ

พื้นที่ของความนิยมในแนวทางอาหารต่างๆ จึงกว้างมากขึ้น อาหารสุขภาพหลายอย่างสอดแทรก

ความเชื่อเกี่ยวกับแมว .. เมี้ยวววว

เอ โก มหิงสโก ควายตัวเดียว ติ โคโณ วัวสามตัว เทฺว ภริยา เมียสองคน ฉะ สุนขา หมาหก

10อันดับประเทศยากจนที่สุดของโลก

สาธารณรัฐอัฟริกากลาง อยู่ในลำดับที่ 171 ของประเทศยากจน เกษตรกรรมคือกระดูกสันหลัง

ลิ้นสะอาด ช่วยลดกลิ่นปาก

จากการวิจัยพบว่าแบคทีเรียที่มีผลต่อกลิ่นปากมากๆ มักจะอยู่ตามโคนลิ้นมากกว่าที่ฟัน

#Hashtag แนะนำ

เรื่องของแมว
เรื่องของน้องหมา


เรื่องเกี่ยวข้องจากโซเชียล

twitter-social-media-social-network-logo-svgrepo-com.svg
youtube-logotype-svgrepo-com.svg
twitter-social-media-social-network-logo-svgrepo-com.svg
facebook-logo-svgrepo-com.svg