เรื่องเล่าจากนายแทมมองจากโต๊ะทำงาน
ในยุคโควิดที่ เหตุการณ์ไม่คาดฝันสามารถเกิดขึ้นกับตัวคุณ และครอบครัวได้ตลอดเวลา การเตรียมพร้อมเพื่ออนาคตจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น หลายคนเลือกที่จะมองหาการลงทุนที่มีความมั่นคง แต่การลงทุนก็มักจะมาพร้อมกับความเสี่ยง ยิ่งเสี่ยงมาก โอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนสูงยิ่งมีมากตามไปด้วย ดังนั้นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่กลับได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าและมั่นคง อย่างเช่นการลงทุนกับประกันชีวิต จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยปูพื้นฐานความมั่นคงของชีวิตที่น่าจับตามองในยุคนี้ และนี่คือ 5 เหตุผลที่คุณควรลงทุนกับผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต
1. ไม่ต้องมีเงินก้อน
การลงทุนโดยทั่วไป มักจะต้องลงทุนด้วยจำนวนเงินที่มาก เพื่อให้ผลตอบแทนที่เพียงพอ แต่การลงทุนในประกันชีวิต คุณสามารถเลือกรูปแบบประกันที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณได้ รวมถึงรูปแบบในการชำระเบี้ย ที่มีให้เลือกทั้งแบบรายเดือน ราย 3 เดือน ราย 6 เดือน และรายปี ตามแต่รายละเอียดของรูปแบบประกันนั้นๆ ทำให้คุณสามารถเริ่มต้นสร้างความมั่นคงได้ทันที แม้ไม่มีเงินก้อนโต
2. ลดหย่อนภาษีได้
ผู้ที่มีประกันชีวิตสามารถนำหลักฐานการชำระเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดาได้สูงสุดถึง 100,000 บาทสำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบธรรมดา และสูงสุดถึง 200,000 บาทสำหรับกรมธรรม์แบบบำนาญ
3. มีความคุ้มครอง
การลงทุนในผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ไม่เพียงแต่เป็นช่องทางการสะสมทรัพย์ไว้ในวันที่คุณต้องการเท่านั้น แต่หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นคุณสามารถมั่นใจได้ว่า ประกันที่คุณได้ลงทุนไว้จะสามารถคุ้มครองดูแลคุณ และครอบครัวได้เป็นอย่างดี รวมถึงการลงทุนในผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพ จะช่วยคุณในยามเจ็บป่วย โดยจะคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล หรือจ่ายค่าชดเชยรายวันระหว่างพักรักษาตัวในโรงพยาบาล
4. ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนระยะยาว
การลงทุนในผลิตภัณฑ์ประกันแบบออมทรัพย์ เป็นการลงทุนระยะยาว และสม่ำเสมอ ที่ช่วยสร้างวินัยในการออมได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง เมื่อครบกำหนดสัญญาตามกรมธรรม์ ผู้เอาประกันภัยจะได้รับผลตอบแทน และสิทธิประโยชน์ตามที่สัญญาได้กำหนดไว้ นอกจากนี้เมื่อมีเหตุจำเป็น คุณสามารถขอกู้เงินในอัตราดอกเบี้ยต่ำจากมูลค่าเวนคืนเงินสดตามกรมธรรม์ของคุณได้ ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถวางแผนอนาคตของคุณ และคนที่คุณรักในระยะยาวได้อย่างปลอดภัยและมั่นคง
5. มีคนบริหารให้ ไม่ต้องจัดการเอง
เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเวลาในการบริหารจัดการการลงทุนเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อคุณได้ลงทุนกับประกันชีวิตไปแล้ว ทางบริษัทประกันชีวิตจะเป็นผู้ดูแลจัดการผลประโยชน์ของคุณ คุณสามารถสอบถาม และติดตามข้อมูลได้ผ่านช่องทางของบริษัท หรือตัวแทนประกันชีวิตได้ตามที่คุณต้องการ คุณสามารถวางใจได้ว่า การลงทุนของคุณจะปลอดภัย นอกจากนี้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน บริษัทจะเป็นผู้ติดต่อ และดูแลการคุ้มครองทั้งต่อตัวคุณและครอบครัว ทำให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจไร้กังวล
แนะนำโซเชียลของนักเขียน























