กำลังโหลดหน้าเพจ

หมวดหลักโลกไอที

หมวดย่อย
ครีมน้ำนมพอกหน้า
กิจกรรมอ่าน
กลุ่มแฟนเพจแนะนำ แนะนำเพจของตัวเองก่อน
ทำไมถึงต้องสร้างเว็บไซต์ปลอม หรือ เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาให้อยากคลิกไปอ่าน มันได้อะไร ทำไปทำไม

ทำไมถึงต้องสร้างเว็บไซต์ปลอม หรือ เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาให้อยากคลิกไปอ่าน มันได้อะไร ทำไปทำไม

วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม 2559 เวลา 20:28 น.

ทำเว็บไซต์ข่าวปลอม หรือ เว็บไซต์กุข่าวขึ้นมา (เช่น ดาราดังเสียชีวิต ฯลฯ) เพื่ออะไร ? คำตอบมีอันเดียวครับ เพื่อรับรายได้จากการแสดงโฆษณา (อันนี้ได้แน่นอน) และ ถ้าฟลุค คือ ผู้ชมคลิกแบนเนอร์โฆษณา (ได้อีกต่อหนึ่ง) และ ยังได้อีกต่อ ถ้าผู้ชมสมัครใช้บริการ (ได้ค่าคอมมิชชัน สำหรับบางเว็บไซต์)

แต่เพราะการสร้างเนื้อหาเองให้ผู้ชมสนใจถึงขั้น "อ่านและแชร์" ตามปกตินั้นยากนะครับ เหมือนผมเขียนเนื้อหาเผยแพร่ ก็ต้องนั่งคิดหัวข้อ หาข้อมูล เรียบเรียงเนื้อหา ตรวจทาน ทำรูปประกอบ กว่าจะเสร็จ 2-4 ชั่วโมงครับ

บางบทความเขียนแทบตาย คนไทยไม่ค่อยอ่าน อ่านแต่ไม่ค่อยแชร์ .. ก็เยอะครับ

เว็บมาสเตอร์สายมืด เลยละเมิดจริยธรรมในอาชีพ ทำเว็บไซต์ปลอมขึ้นมาหลายรูปแบบ เช่น

เป้าหมายทั้งหมด เพื่อให้ผู้อ่านมีอารมณ์ร่วม และ ต้องแชร์

ยิ่งแชร์ คนยิ่งเห็น -> คนยิ่งเห็น ยิ่งคลิ๊กเปิด นี่ไง !! รายได้สเตปแรกมาแล้ว คือ จำนวนการแสดงผลแบนเนอร์โฆษณา แค่แสดงผล ก็ได้เงินแล้ว

แต่นี่ คือ ภัยสังคมครับ !

เพราะสังคมจะตื่นตระหนกกับเนื้อหาที่แชร์ออกไป บางเรื่องเป็นวิธีการประสาท ๆ ทำแล้วถึงตายได้ เช่น การกินน้ำโซดากับน้ำมะนาวแก้มะเร็ง , การกินอาหารผิดหลักโภชนาการ เพื่อลดน้ำหนัก ฯลฯ

และผู้ถูกกล่าวถึงในข่าว (หรือ อยู่ในรูป) ก็ได้รับความเสื่อมเสียด้วย โอเคหละว่า แม้ข่าวจะคัดลอกโดยไม่มีการบิดเบือนใด ๆ จากเว็บไซต์ข่าวจริง แต่ผิดลิขสิทธิ์ครับ

ในด้านผู้ให้บริการรับโฆษณารายใหญ่ในไทย เช่น Google Adwords / Yengo ฯลฯ (ในต่างประเทศมีนิยมมากกว่านี้) ก็ได้รับความเสื่อมเสียด้วย

แม้ว่า Google และ Yengo จะมีมาตรการที่เข้มงวดขึ้น ในการอนุญาตให้เว็บไซต์ไหนแสดงแบนเนอร์โฆษณาได้ แต่เว็บมาสเตอร์สายดำมืด ก็ไม่ลดความโลภครับ ก็พากันไปหา ผู้ให้บริการรับโฆษณาอื่น ๆ ของต่างประเทศที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า และเนื้อหาชวนคลิกกว่า ซึ่งก็มี 4 เรื่อง คือ

  1. โฆษณาทางเพศ
  2. โฆษณาการเงินให้คนรวย
  3. โฆษณาการพนันออนไลน์
  4. โฆษณาเนื้อหาละเมิดลิขสิทธิ์

จุดจบของเว็บไซต์สายมืดพวกนี้ชัดเจนขึ้น เมื่อ facebook ซึ่งเป็นแหล่งแพร่กระจายในประเทศไทยเป็นอย่างดีได้จำกัดการเข้าถึงเนื้อหาพวกนี้ผ่านการแชร์บน facebook แล้ว 

ส่วน Google ก็ไม่แสดงผลเว็บไซต์พวกนี้ในผลการค้นหา ส่วน Google Adwords และ Yengo ยังระงับการแสดงผลแบนเนอร์โฆษณาบนเว็บไซต์เหล่านั้นโดยอัตโนมัติ และยังใช้เจ้าหน้าที่คัดกรองทุกวัน

เป็นความร่วมมือของผู้ประกอบการบนโลกออนไลน์อย่างจริงจังมากขึ้น เพราะโฆษณายังคงจำเป็น แต่ต้องสอดคล้องกับสิ่งที่ผู้คนสนใจจะอ่าน และ สิ่งที่อ่านต้องเป็นความจริง ได้มาโดยชอบอีกด้วย

การกีดกันของ facebook จึงช่วยให้จุดจบของเว็บไซต์ผิด ๆ พวกนี้ถึงจุดจบเร็วขึ้น

 

แจ้งเนื้อหาล้าสมัย (รับ 15 คะแนน)
สั่งพิมพ์
สมัครเป็นสมาชิกกับ นายแทม ดอทคอม รับคะแนนจากหลายกิจกรรมในการอ่านบทความสนุก เพื่อแลกรับของรางวัล , แตะที่นี่เพื่อเข้าระบบสมาชิก
ลุ้นรับอีก 15 คะแนน ด้วยการตอบคำถาม 3 ข้อ เพียงคุณเข้าระบบสมาชิกก่อน , แตะที่นี่เพื่อเข้าระบบสมาชิก

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องด้วยป้ายแทค :
ทำไมถึงต้องสร้างเว็บไซต์ปลอม หรือ เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาให้อยากคลิกไปอ่าน มันได้อะไร ทำไปทำไม

สอนวิธีกู้รูปคืนที่ง่ายที่สุด เผลอลบรูปในโทรศัพท์ ทําไงดี หลังจากรีเซ็ทเครื่อง เปลี่ยนมือถือใหม่

ทำไมถึงต้องสร้างเว็บไซต์ปลอม หรือ เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาให้อยากคลิกไปอ่าน มันได้อะไร ทำไปทำไม

ใครไม่ผูกพร้อมเพย์ อาจมีเฮ โดนสวมรอยผูกบัญชี

ทำไมถึงต้องสร้างเว็บไซต์ปลอม หรือ เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาให้อยากคลิกไปอ่าน มันได้อะไร ทำไปทำไม

อีเมล์ หนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุดในยุคตัวตนดิจิตอล

ทำไมถึงต้องสร้างเว็บไซต์ปลอม หรือ เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาให้อยากคลิกไปอ่าน มันได้อะไร ทำไปทำไม

แชท Line ได้ 5 บัญชีบนคอมพ์ รองรับทั้ง Windows และ OSX - Naitam.com

ทำไมถึงต้องสร้างเว็บไซต์ปลอม หรือ เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาให้อยากคลิกไปอ่าน มันได้อะไร ทำไปทำไม

บล็อกเชน (Blockchain) ระบบการเงินดิจิตอลยุค 2016 กับ การขายของออนไลน์ | Naitam.com

ทำไมถึงต้องสร้างเว็บไซต์ปลอม หรือ เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาให้อยากคลิกไปอ่าน มันได้อะไร ทำไปทำไม

ประเทศไทยกับ 4G ที่ 5G กำลังจะมา เร็วแรงกว่าถึง 200 เท่า เริ่มทดสอบแล้ว ใช้งานจริงปี 2020

ทำไมถึงต้องสร้างเว็บไซต์ปลอม หรือ เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาให้อยากคลิกไปอ่าน มันได้อะไร ทำไปทำไม

ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดตัว PromptPay โอนเงินต่ำกว่า 5,000 บาทไม่เสียค่าธรรมเนียม เริ่มใช้ 1 กรกฏาคม 2559