กำลังโหลดหน้าเพจ

หมวดหลักเรื่องเล่าจากนายแทม

หมวดย่อย
กิจกรรมอ่าน
กลุ่มแฟนเพจแนะนำ แนะนำเพจของตัวเองก่อน
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องจากโซเชียล :
บางครั้งเสียง มีเป้าหมายแค่ .. ขอให้เรามีตัวตน

บางครั้งเสียง มีเป้าหมายแค่ .. ขอให้เรามีตัวตน

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2558 เวลา 20:31 น.

ในวันที่รถยนต์เสีย พร้อม ๆ กับรถมอเตอร์ไซต์ก็เสีย ทำให้ผมต้องสาละวนกับการติดต่อช่างอย่างเร่งด่วน ไม่อย่างนั้นผมจะต้องเจอปัญหาอีกหลายอย่างตามมา เช่น การหาอาหาร , การไปโรงพยาบาล , การออกกำลังกาย ฯลฯ เพราะบ้านของผมอยู่ลึก และ ผมไม่ค่อยมีเพื่อนบ้านที่พึ่งพาได้มากเท่าไหร่

ผมเข็นรถมอเตอร์ไซต์ลำพังกลางแดด มาตามริมถนนระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร จากบ้าน เพื่อมาร้านซ่อมมอเตอร์ไซต์ที่ใกล้ที่สุด

 

หลังจากรถมอเตอร์ไซต์กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ผมก็ตัดสินใจที่จะไม่ไปมิสซาเย็น เพราะเกรงว่า ฝนจะตก และ อุบัติเหตุจากสายตา ที่ไม่ค่อยดีของผมตอนกลางคืน จะยิ่งทำให้สถานการณ์ชีวิตผมแย่กว่าเดิม

ผมจึงไปตลาดนัดใกล้ ๆ บ้าน เพื่อหาซื้อกับข้าวมื้อเย็นแทน

 

ที่ตลาดนัด เสียงเพลงจากชายตาบอด ยืนร้องเพลง เหมือนที่คนทั้งโลกชินตา สูตรสำเร็จของคนพิการที่ต้องมีกระป๋อง เพื่อรับบริจาคเงิน

ปกติผมจะต้องไปวัดวันอาทิตย์ เพื่อถวายเงินร่วมบูชามิสซา แต่วันนี้ผมไม่ได้ไป ผมก็ถวายให้พระเจ้า ผ่านทางชายพิการผู้นี้แทน

 


ผมจับธนบัตรใส่มือชายตาบอด และ บอกเขาว่า "ถือไว้ครับ ระวังเงินหาย" ชายตาบอดพยายามคลำธนบัตร คลี่ และ เก็บไว้ในมือแน่น พร้อมกับบอกผม "ขอบคุณครับ"


 

ผมเป็นคนอ่อนไหวกับเรื่องนี้ ท่ามกลางผู้คนเป็นร้อยในตลาดนัด น้ำตาผมเอ่อ แทบจะไหลออกจากตา ผมเดินจากชายตาบอดมาได้สองสามก้าว แล้วโลกรอบตัวผมก็เหมือนหยุดไปชั่วขณะ ความคิดของผมอีกคน .. ก็ไหลพรั่งพรู

 

"ไม่มีใครฟังเนื้อเพลงที่ชายตาบอดร้องหรอก" ผมอีกคนหนึ่ง คุยกับตัวผมเอง "แต่เสียงเพลงที่ดัง ช่วยให้ชายตาบอดเป็นจุดสนใจของผู้คน"


.....

ในชีวิตปกติของเรา มีหลายครั้ง ที่คนรอบตัวเราพยายามเปล่งเสียงร้องออกมา ผู้คนเหล่านี้ อาจเป็น เพื่อนที่ทำงาน , คนในครอบครัว , คนที่เจอกันที่โบสถ์ , ในฟิตเนส หรือ อาจเป็นเพื่อนบ้าน ฯลฯ


พวกเขาพยายามเปล่งเสียงร้อง เหมือนชายตาบอด เพื่อขอความช่วยเหลือจากเราอย่างไม่มีเงื่อนไข แต่เพราะเขาไม่ได้มีลักษณะอวัยวะภายนอก ที่ดูด้อยเหมือนชายตาบอด เสียงร้องของเขา จึงไม่ดังมากพอที่จะทำให้เราไหวตัวทัน ที่จะสนใจฟังพวกเขาได้


ตรงกันข้าม หากพวกเขาทำแบบชายตาบอด เราก็อาจตำหนิพวกเขาว่า "ทำไมไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง" เราตัดสินพวกเขา ทั้งที่ 'ยังไม่ทันได้ฟังเสียงของพวกเขา' นานพอว่า พวกเขาต้องการให้เราช่วยเหลืออะไร

 

มนุษย์เราส่วนใหญ่ ในขณะที่ได้เล่าปัญหาให้ใครฟัง เขาต้องการให้โลกรู้ว่า 'เขามีตัวตนนะ เขาอยู่ตรงนี้' เหมือนเสียงร้องเพลงของชายตาบอด เสียงที่ร้องนั้นดังท่ามกลางโลกที่มืดมิดของเขา เขาหวังเพียงแค่ว่า 'โลกตรงหน้าที่เขาไม่มีโอกาสได้เห็น เสียงของเขาจะดังมากพอ ให้โลกได้ยินว่า เขายังมีชีวิตอยู่ตรงนี้ เขาต้องการน้ำใจและความช่วยเหลือ'

 


ปัญหาในชีวิตคนเราหลายอย่าง เพียง 'แค่ได้พูด' และ มีคนตั้งใจฟัง ปัญหาก็เบาลงแล้ว

เสียงของคนรอบตัวเรา คงไม่ใช่เสียงร้องเพลงแบบชายตาบอดแน่นอน แต่เป็นเสียงแผ่วเบา ที่ร้องผ่านออกมา ทางแววตาที่เหม่อลอย หรือ คำถามที่ทำให้เราประหลาดใจ จนถึง รอยยิ้มแห้ง ๆ กับคำพูดว่า 'ไม่เป็นไร ฉันสบายดี'



อย่ารอให้ความทุกข์ใจของคนรอบตัวของคุณ สะสมจนทำให้ความหวังของเขามืดดับลงไปเสียก่อน คุณจึงจะได้ยินเสียงของพวกเขา และ หันมาตั้งใจฟังว่า พวกเขาต้องการความช่วยเหลืออะไร .. ซึ่งมันอาจสายเกินไป ในหลายกรณีจบลงที่การพรากชีวิตตัวเอง และคนที่เกี่ยวข้องไปด้วย เพียงเพราะเสียงของพวกเขา ไม่มีใครอยากฟัง

 

ในวันที่อากาศสดใส ทุกอย่างดูสงบดี ลองตั้งใจฟังเสียงร้องของพวกเขา ที่อาจเริ่มต้น กับคำถามง่าย ๆ ว่า 'วันนี้ .. เธอว่างไหม ?' เสียงเบา ๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใน แต่ถูกห่อหุ้มไว้ ด้วยท่าทีที่ 'พยายามจะให้ดูเข้มแข็ง'

คุณอาจได้ยินเสียงที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนก็ได้

 

ขอบคุณพระเจ้า สำหรับวิธีการสอนของพระองค์ที่เรียบง่าย ผ่านชายตาบอดคนนี้ ผมได้ยินเสียงของเขา และ ผมได้ทำ และ จะพยายามทำให้มากยิ่งขึ้น

เครดิตภาพประกอบ : bloggang.com


กดชอบรับ 1 คะแนน

หมีเทมโปโป้ ชอบบทความนี้
นายแทม
นักเขียนสรรสาระชีวิต เป็น introvert ระดับ extreme ยกพระเจ้าให้เป็นสหายที่ดีที่สุด ใช้ชีวิตไปกับเพื่อนสนิททั้งหก คือ ตุ๊กตาหมีเทมโปโป้, ภาษาคอมพิวเตอร์อันซับซ้อน, ไดอารี่, กองหนังสือ, อัลบั๊มเพลงเศร้า และ ชอคโกแลตร้อนในถ้วยสวย ๆ
ติดตามนักเขียนได้ที่ : เพจนายแทม

คำคม ดีดี สั้น ๆ อ่านสักนิดสะกิดกำลังใจนะ

ข้อคิดสั้น ๆ รวบรวมมาให้ แต่ให้พลังและสติในการดำเนินชีวิตได้เป็นอย่างดี ลองแชร์ใ

เหนื่อยกันบ้างไหมครับ .. ที่รัก

ผมมีเวลาเหลืออีกมาก ระหว่างทางก่อนสิ้นสุดชีวิต
ผมได้เห็น ได้สัมผัส ความเป

ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิต คือ การค้บพบตัวเอง

เราทุกคน..เมื่อก้าวสู่วัยหนึ่งไปสู้วัยหนึ่ง จากผู้ถูกปกป้องคุ้มครอง..ก็กลายเป็นผ

สุขหรือทุกข์ .. ส่วนหนึ่งอยู่ที่ใจของเรา

ชีวิตไม่อาจเป็นไปดังหวังได้หมด เปรียบไปก็ไม่ต่างกับเกมกีฬาที่ต้องมีแพ้ชนะ ใครที่

เพราะ ชีวิตคนเรามีแค่ 21,900 วัน [อ่านแล้วกำลังใจพุ่งปรี้ดทันที เก็บน้ำตาด้วย]

และ ในเมื่อเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่...มาเตรียมการรอรับวาระสุดท้ายของเราดีกว่า เอาแบ

14 สิ่งที่สุดในชีวิต

ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเรา คือ การให้อภัยและความเมตตา
ข้อบกพร่องท

งานที่ทำเพื่อเงิน มันจะมีความหมายกับชีวิตสักเท่าไหร่กัน

มันไม่ผิดหรอกที่คุณเลือกเป็นมนุษย์เงินเดือน ถ้าเป็นแล้วมีความสุข จงเป็นต่อไป ถ้า

ขนาดของความสุขไม่ได้ใหญ่โตเกินกว่า ขนาดของหัวใจเรา

โลกไม่ได้กว้าง และชีวิตก็ไม่ได้มีภาระอะไรมากไปกว่า .. การรักษาพื้นที่สวนหย่อมในใ

เก็บเกี่ยวความสุขจากการใช้ชีวิต

การใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและมีความสุข หมายถึงการเข้าใจตนเอง รู้จักตั้งเป้าหมาย รู

ไม่ได้บอกว่า ลาก่อน แต่จะบอกว่า แล้วเราจะพบกันใหม่

เมื่อเราสูญเสีย เราต้องหาคนผิด หรือ อะไรสักสิ่งที่ผิด เพื่อจะกล่าวโทษ คือ มันต้อ