กำลังโหลดหน้าเพจ

หมวดหลักเรื่องเล่าจากนายแทม

หมวดย่อย
กิจกรรมอ่าน
กลุ่มแฟนเพจแนะนำ แนะนำเพจของตัวเองก่อน
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องจากโซเชียล :
เมื่อเกย์ถูกบังคับให้แต่งงาน (เก็บตกกระทู้)

เมื่อเกย์ถูกบังคับให้แต่งงาน (เก็บตกกระทู้)

วันพุธที่ 17 มีนาคม 2553 เวลา 01:23 น.

ผมเป็นลูกคนจีนครับ ที่มีครอบครัวที่ยังยึดติดกับค่านิยมเดิมๆๆ ที่ต้อง แต่งงานมีลูกมีหลานเพื่อสืบทอดสกุล และเมื่อต้นปี 52 เพื่อนพ่อแม่ผมได้แนะนำให้ผมรู้จักกับผู้หญิงคนนึงที่คิดว่าจะเหมาะสมกับผม ก่อน อื่นขอบอกก่อนว่าผู้หญิงคนนี้ดีเพียบพร้อม และเหมาะกับทางครอบครัวผมมาก และแม่ผมก็รักเธอคนนี้มากและอยากได้เธอมาเป็นลูกสะใภ้มากๆๆ)


เราทั้งสอง คนก็ลองคบกันเพราะตอนแรกผมคิดว่า เราทั้งสองคนจะไปกันได้และผมจะสามารถ เปลี่ยนแปลงตัวเองได้ แต่คบกันมาสักระยะนึง ผมรู้สึกว่ามันฝืนตัวเอง ผมเลยได้โอกาสก็เลยคุยกับฝ่ายหญิงถามความรู้สึกจนผมเองก็ตกใจ เพราะฝ่ายหญิงคิดกับผมมากกว่าเพื่อน ผมจึงต้องตัดสินใจบอกความจริงกับฝ่ายหญิงไป ว่าผมเป็นเกย์และไมสามารถรักเธอในแบบที่ผู้ชายคนนึงจะให้กับผู้หญิงได้

ตอนแรกเธอคิดว่าผมยังสามารถเยียวยาได้ จึงพากันไปหาหมอจิตแพทย์ ซึ่งจิตแพทย์ก็ไม่ได้ฟันธงซะทีเดียวว่าผมเป็นเกย์หรือไม่บอกเพียงแต่ว่าผม เป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง ชอบอยู่กับตัวเอง คือไม่ได้บอกว่าผมเป็นเกย์ชัดเจน และสุดท้ายหมอก็แนะนำให้ผมกับผู้หญิงคนนี้ ลองคบกันไปดูเรื่อยๆๆๆ โดยที่ไม่ต้องให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมากดดัน และย้ำกับฝ่ายหญิงว่า ห้ามคาดหวังในเรื่องแนวนอนกับผมเพราะผมไม่ได้รู้สึกพิศวาทเสนห์หาในตัวฝ่าย หญิง คิดว่าเค้าเป็นกัลยาณมิตรที่ดีคนนึงเท่านั้น.....


ผมกับฝ่าย หญิงเราทั้งสองเลยหันหน้าคุยกัน ว่าจะเอายังไงผมเลยบอกยืนยันชัดเจนไปว่า "เราสองคนเหมาะที่จะคบกันแบบเพื่อน และอยากให้คุณกลับไปคิดดีๆๆ ว่าจะมีความสุขไหมถ้าจะต้องใช้ชีวิตอยู่กับผม ซึ่งไม่ปกติเหมือนผู้ชายแท้ๆๆทั่วไป เพราะถ้าคุณตกลงที่จะแต่งงานกับผม เกิดเลิกกันภายหลังคุณจะเสียหายและเราจะเจ็บกันมากกว่านี้ และจะมีผลกระทบมากกว่านี้ อย่างตอนนี้ทางบ้านผมยังไม่ได้ไปสู่ขอคุณเป็นทางการ มันจะเป็นการดีกว่าไหมถ้าเราสองคนจะห่างๆๆกันและคุณเป็นฝ่ายปฎิเสธผม ทุกอย่างมันจะดูโอเคกว่าไหม คุณจะได้ไปเจอกับผู้ชายดีๆๆที่เค้ารักคุณจริงๆๆ พร้อมดูแลคุณได้ดีกว่าผม"


หลังจากนั้นเราก็ห่างๆกัน จะมีก็ไปดูหนังกันบ้าง แต่ก็นานๆๆที จนมาถึงช่วงก่อนวันวาเลนไทน์ ฝ่ายหญิงได้เกริ่นบอกกับผมว่า เค้าลองคิดดูแล้วเราสองคนน่าจะเป็นเพื่อน กันจะเหมาะกว่า แล้วเค้าเกริ่นกับพ่อแม่เค้าแล้วผมก็โอเคเราสองคนเลยคุย กันบ่อยขึ้นเพราะมีแนวคิดตรงกันแล้วในตอนนี้

วันวาเลนไทน์ที่ที่บ้านผม เริ่มสงสัยว่าทำไมถึงไม่มีดอกไม้ไปให้ฝ่ายหญิงบ้างไรแบบนี้ ผมเลยทิ้งช่วงสักพักนึง ฝ่ายหญิงก็เชียร์ให้ผมเกริ่นกับพ่อแม่ทางฝ่ายผม เพราะทางเค้าเกริ่นเรียบร้อยแล้ว ผมก็เลยตัดสินใจเกริ่นกับพ่อแม่ผม แต่สุดท้ายไม่เป็นอย่างที่คิด คือแม่ผมเข้าใจผิด ว่าฝ่ายหญิงเป็นคนปฎิเสธผมและก็โทรไปโวยวายกับพ่อสื่อคนที่แนะนำให้รู้จัก กัน จนเกิดเรื่องใหญ่โตมาก และกลายเป็นปัญหาทั้งสองครอบคัรวที่พันอีรุงตุงนัง จนฝ่ายหญิงเผลอบอกความลับว่าผมเป็นอะไรกับพ่อแม่เค้า แล้วพ่อแม่เค้าก็ไปบอกกับพ่อสื่ออีกต่อนึง จนกระทั้งพ่อแม่ผมได้คุยกับพ่อสื่อจนรู้ความจริงและมาคาดคั้นกับผม ผมเลยต้องบอกความจริงกับพ่อแม่ผมไป ซึ่งพ่อแม่ผมเค้าก็ไม่ได้โวยวายไรมากบอกว่ารับได้แต่ยังพยายามให้ผมไปรักษา คือคิดว่ามันจะช่วยเยียวยาได้ และวันนึงพ่อแม่ผมก็เดินทางไปคุยกับพ่อแม่ฝ่ายหญิง กับตัวฝ่ายหญืง ซึ่งพ่อแม่ผมก็ได้รับคำยินยันจากฝ่ายหญิงว่าผมไม่ได้เป็นเกย์ เพราะเคยไปพบหมอมาด้วยกันยืนยันว่าตัวผมไม่ได้เป็นเกย์ และบอกว่าผมเป็นเหมือนคนที่สับสนทางเพศไรหลายๆๆอย่าง และชอบมีโลกส่วนตัว เค้า เลยคิดว่าผมยังไม่ใช่เกย์ 100% ยังสามารถที่จะดึงผมให้กลับมาเป็นคนปกติได้ ส่วนครอบครัวฝ่ายหญืงเค้า บอกว่าทุกอย่างยังเหมือนเดิมคือ ให้ผมไปรับการบำบัดจนหายแล้วค่อยมาว่ากันต่อ


ตอนนี้ผมเลย รู้สึกอึดอัดมากคือพ่อแม่ผมไม่เชื่อว่าผมเป็น และยังคงคาดหวังในตัวผมมาก ที่อยากจะให้ผมแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ให้ได้ จนถึงขั้นที่ว่า คือถ้าผมไม่แต่ง ไม่สามารถมีลูกสืบทอดสกุลได้ ทุกอย่างทรัพย์สินสมบัติทุกอย่าง มรดกทุกอย่าง จะตกเป็นของน้องชายผมทันที โดยที่ผมจะไม่ได้อะไรเลยสักอย่างเดียว ผมก็เลยคิดว่าสุดท้ายปากเค้าที่บอกว่ารับได้แต่จริงๆๆแล้วไม่ใช่ครับ คือเค้ายังมีความหวังว่าผมจะหายจากการเป็นโรคเกย์ หรือไรก็แล้วแต่ที่เค้าเข้าใจ คือผมไม่รู้จำทำไงแล้วครับ ผมทำไปหมดทุกอย่างแล้ว บอกความจริงกับฝ่ายหญิง แล้วเรื่องยังเลยเถิดจนพ่อแม่รู้ความจริง แต่สุดท้ายเหมือนที่ผมทำมาไม่มีความหมายไรเลยครับ ไม่มีใครเข้าใจเจตนาผมที่ผมไม่อยากทำร้ายผู้หญิงคนนึง และครอบครัวของเค้า เพียงเพื่อความต้องการของครอบครัวผม ซึ่งผมยอมแบกรับความกดดันไว้ที่ตัวผมเองคนเดียว แต่ไม่มีใครเข้าใจ เพราะสุดท้ายตัวผมเองรู้ดีที่สุดครับว่าตัวผมเป็นอะไร และเพราะอะไรถึงแต่งงานไม่ได้แต่ไม่มีใครยอมเชื่อ
คือทุกวันนี้อึดอัด มากครับ ผมอยู่บ้านก็เหมือนไม่ใช่ตัวของตัวเองทุกอย่างต้องผ่านบุพการี เหมือนเป็นนกในกรง คิดว่าจะเป็นการดีไหมครับ และจะเป็นการบาปต่อบุพการีไหมครับถ้าผมจะทิ้งทุกอย่างและออกไปใช้ชีวิตคน เดียว ซึ่งผมกะว่าถ้าจะไปจริงๆๆผมคงต้องพูดให้ฝ่ายหญิงเข้าใจอีกครั้งและผมถึงค่อย ไป คือเพราะถึงอยู่ไปผมก็ไม่มีค่าในสายตาของครอบครัวอยู่ดี คงเหมือนกาฝากในบ้านเค้าตัวนึงเท่านั้นครับ

ที่มา http://www.palm-plaza.us/CCforum/DCForumID3/4552.html?r=28

กดชอบรับ 1 คะแนน

กดชอบเป็นคนแรก
นายแทม
นักเขียนสรรสาระชีวิต เป็น introvert ระดับ extreme ยกพระเจ้าให้เป็นสหายที่ดีที่สุด ใช้ชีวิตไปกับเพื่อนสนิททั้งหก คือ ตุ๊กตาหมีเทมโปโป้, ภาษาคอมพิวเตอร์อันซับซ้อน, ไดอารี่, กองหนังสือ, อัลบั๊มเพลงเศร้า และ ชอคโกแลตร้อนในถ้วยสวย ๆ
ติดตามนักเขียนได้ที่ : เพจนายแทม

จงฟังเสียงของความรัก

เราลังเลที่จะพูดไปตรงๆว่า "ฉันรักเธอ" เราจึงพยายามสื่อความรู้สึกนี้ออกไปด้วยคำอื

อยากรู้ไหมว่า ใครใจง่าย

มาสังเกตลีลาของพวกใจง่ายกัน ว่า มีพฤติกรรมแบบไหนกัน

มิตรภาพกับความรัก บางทีมันก็คนละเรื่องกัน เขาอาจให้เราได้แค่ความเป็นมิตร แต่เขาอาจไม่ได้รักเราอย่างนั้น

เขาอาจจะอยากรู้จักเธอจากหน้าตาของเธอก็ได้ ซึ่งก็เป็นข้อดีสำหรับบุคคลหน้าตาดี แ

ทำไมต้องรัก ??

ทำไมคนเรา จึงต้องโหยหาความรักอยู่ตลอดเวลา
ก็เพราะว่า. . .เราต้องการใครสั

รักแท้ รักเอย รักของเธออยู่ที่ไหนกัน

เมื่อหลายพันปีก่อน ขณะที่โลกเรายังอ่อนวัยกว่านี้ รักแท้ปรากฏอยู่ทุกหนทุกแห่ง มนุ

ถามว่าระหว่าง ‘เราไม่รักกันแล้ว’ กับ ‘ไม่เคยรักเลย’ อะไรเจ็บกว่ากัน

ไม่ว่าจะเป็น ‘เราไม่รักกันแล้ว’ หรือ ‘ไม่เคยรักเลย’ มันก็ไม่ดีเหมือนกันอย่างน้อย

ความรักเป็นวงกลมหมุนให้รอบแล้วจะเข้าใจรักแท้

เธอรู้มั้ยว่า นั่นอาจเป็นกลอุบายของความรักที่ปกปิดเบื้องหลังของมันไว้ไม่ให้เราได

จงเติมถ้วยของกันและกัน

ฉันใด .. จงยืนอยู่ด้วยกันและมีระยะห่างที่เหมาะสม อย่าคิดเป็นชีวิตแทนใคร และ อย่า

สิ่งที่เหลือจากความรัก ก็ยังคง .. งดงามเสมอ

รักไปเถิดถ้าใจมีรัก ทุกอย่างเริ่มต้นก็ต้องมีจบ แม้รักต้องจบลง ... ร่องรอยของความ

เพราะความรักมีหลายด้าน หลายแฉกและหลายมุม รักถึงจืดจาง อย่างรวดเร็ว

ความรักสำหรับบางคนจึงสุกสกาวและสว่างไสวโชติช่วงไม่รู้ดับไม่มีมอด ถือเป็นรักแล้วร